คลังเก็บหมวดหมู่: Categories

ขนมโตเกียว รำลึกถึงวัยเด็ก ทำง่าย ๆ อิ่มทั้งครอบครัว

ขนมโตเกียว ยังจำได้ไหม ขนมวัยเด็ก ที่ไปหากินที่ญี่ปุ่นก็ไม่มีนะเธอ วันนี้เต้จะพาทำ เป็นสูตรแสนง่าย ใช้ของดี  ทานแล้วอิ่มแบบไม่กักเครื่อง งบรวมไม่เกิน200 อิ่มได้ทั้งครอบครัวแน่นอน

004

ไม่พูดมาก หิวแล้ว เริ่ม!!

 

วัตถุดิบ

  • แป้งแพนเค้กอเนกประสงค์
  • นมสด
  • ไข่ไก่
  • ต้นหอมซอย
  • เกลือ/พริกไทย/ซอสถั่วเหลือง
  • หมูหรือไก่สับ เลือกแบบติดมัน
  • ไส้กรอกหั่นเป็นลูกเต๋า
  • มายองเนส/ซอสมะเขือเทศ/ซอสพริก
  • น้ำมัน

002

ของเด็ดคือต้นหอม ซอยไว้ เพิ่มกลิ่นให้โตเกี่ยวเราหอมยิ่งขึ้น

ต้นหอมส่วนนึง นำไปผัดกับหมูหรือไก่สับพอสุก ติดมันนิดๆได้ฟีลนุ่มลิ้นดีครับ  ปรุงด้วยซอสถั่วเหลือง เกลือ พริกไทย ง่ายๆ

001

นำไข่2ฟอง ผสมกับแป้งแพนเค้กสำเร็จรูป และนมจืด 200 ml. ตีให้เข้ากัน และพักไว้สักครึ่งชั่วโมง ให้เนื้อเนียนฟูเข้ากัน

ตั้งกระทะให้ร้อน นำน้ำมัน1ช้อนชาเทลงกระทะที่ร้อน พอร้อนแล้วใช้ทิชชู่ เช็ดออก แค่ให้เคลือบบางๆเท่านั้น

ราดแป้งที่ตีไว้ลงบนกระทะ วิธีสังเกตคือ พอแป้งเริ่มมีฟองอากาศผุดๆ ให้ตอกไข่ลงไป พอไข่เริ่มสุก ใส่หมูผัด ใส่ไส้กรอกสับลงไป  ราดด้วยมายองเนส และซอสพริกหรือมะเขือเทศตามชอบ ง่ายดายมาก ใครชอบแป้งกรอบหน่อยก้ทิ้งไว้สักหน่อย ใครชอบแป้งนุ่ม ไข่สุกก็ม้วนได้เลย

003

แผ่นใหญ่ไซส์กระทะนี่บอกเลยว่าอิ่มมากครับ

005

ลองทำดู แล้วพบกันเมนูหน้า อะไรดีน้าาาา ^^

ลองทำดู แล้วพบกันเมนูหน้า อะไรดีน้าาาา ^^

รีวิว IOPE คูชั่นเนื้อบางเบาที่ใช้ได้ทุกวัน

สวัสดีค้าบ วันนี้มีมินิรีวิวมาฝาก เป็น Cushion(อีกแล้วววว)

ตัวนี้ใช้บ่อยสุดเลย สุดท้ายแล้ว ตัวที่เราใช้บ่อยสุด ไม่ใช้ตัวที่ปกปิดสูงสุด แต่เป็นตัวที่เต้รู้สึกว่าเราสบายผิว ใช้ได้ทุกวัน

แท๊แด่มมมม นั่นก็คือ   IOPE Air Cushion XP SPF50+/PA+++

1

แบรนด์ IOPE เป็นแบรนด์แรกๆที่ทำคูชั่นออกมาขายเลย พร้อมๆกับ Hera และเขาทำได้ดี  ขายดีมาก จนแบรนด์อื่นๆต้องตามรอยทำบ้าง พอเต้ลองแล้วรู้สึกดี มันสบายผิว ทาแล้วเย็นๆ เพราะมีการผสมน้ำแร่เข้ามากว่า30% ราคาไม่แพง(ถ้าเทียบว่าได้รีฟิวแถมมาอีก1ตลับ)

นี่คือรีฟิวที่แถมมาด้วย

7

ผู้ชายเกาหลีเลิฟมาก จนนี่เกือบซื้อไม่ได้ เค้ามีรุ่นคูชั่นสำหรับผู้ชายด้วย แต่ตอนเต้ไปเกาหลีนั้นหาไม่ได้ หมดทุกร้านเลย เลยเอาตัวฮิตนี้มาลอง

บอกก่อนว่า เต้ชอบใช้คูชั่น เพราะมันสะดวกดี เทคนิกไม่ต้องเยอะ ไม่ต้องมาใช้มือแตะรองพื้น ฟองน้ำเกลี่ยอีก ตลับเดียวจบ

แต่ๆๆ เหมาะกับคนที่ชอบเอฟเฟคให้หน้าดูเงานะครับ คูชั่นก็คือรองพื้นอีกรูปแบบนึงนี่แหละ ที่ช่วยให้ผิวดูโกลวฉ่ำน้ำ ใครรักความหน้าแมท ขอให้ผ่านไป

แบรนด์ Shu ที่เต้พึ่งซื้อมา ได้คะแนนเรื่องสี และการปกปิดเยี่ยม แต่ความติดทนและสบายผิว IOPE ชนะไปเลย การทดลองใช้แต่ละสภาพผิว สภาพอากาศ อาจจะมีความต่างกันนะครับ

 

เปิดตลับออกมาจะเจอพัฟ จริงๆเป็นสีนำเงินแหละ แต่นี่ใช้มานานแล้วไง แฮ่

3

ตัวนี้ให้คะแนนความสบายผิวเต็มสิบ รู้สึกเหมือนผิวได้ถูกบำรุงไปด้วย ติดทน เกลี่ยง่าย และด้วยผสมสารสกัดจากน้ำแร่ มันให้ความชุ่มชื้น เหมือนมีน้ำบนผิว โกลวๆ กันแดดมาแน่น SPF50+/ PA+++ คือกันแดดได้ดี บ้านเราแดดแรง เป็นอีกเหตุผลที่ชอบครับ คือไม่ต้องมาทากันแดดอีก แต่ละแบรนด์ที่ทำคูชั่นช่วงนี้ก็ทำแบบผสมกันแดดออกมา spf 50 หมดเลย

เปิดฝาพลาสติกจะเจอกับเนื้อคูชั่น ที่อยู่ภายใต้ฟองน้ำนี้เอง

4

เต้ทาที่ท้องแขน มีความฉ่ำเงากำลังดี สะท้อนแสงวาววับเบาๆ

6

IOPE เป็นเวชสำอางชื่อดังระดับพรีเมี่ยมจากเกาหลี คิดค้นและผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางภายใต้การควบคุมของ Amore Pacific หรือเครือเดียวกับ Sulwhasoo, innisfree  และอีกหลายๆแบรนด์

ดูเนื้อใกล้ๆ ไม่รู้คนอื่นเป็นมั้ย แต่เต้ว่าเนื้อคูชั่นมันกดไม่ค่อยติดพัฟขึ้นมา จิ้มแรงครีมก็ทะลักอีก แต่ให้อภัยได้

5

ข้อเสียก็มี คือสีรองพื้นเกาหลีเนี่ย มีสีน้อยมากกกกก มีแค่เบอร์ 21 และ 23

2

เต้นี่ใช้ 23 นะ มีแค่ขาว กับ ขาวมาก

ชาวไทย ตอนนี้เห็นมีขายที่เว็บ Lazada และ Konvy ครับ  สนนราคา 1,200-1,450 ครับ ซื้อที่เกาหลีประมาณ 900 ครับ

ผิวแห้งผิวผสม ใช้ได้แน่นอน เต้ผิวมัน ระหว่างวันก็มีเติมแป้งหน่อย เพราะจะเงามากกกกก เงาเกินไป เงามากไปจะดูเหนื่อยเหมือนไปวิ่งมา

ใครชอบความบางเบาเป็นธรรมชาติ เลือกสีที่ขึ้นต้นด้วย N เช่น N23 (N = Natural)

ใครชอบการปกปิดหน่อย เลือกสีที่ขึ้นด้วย C เช่น C23 (C = Cover)

ลาไปด้วยภาพที่ใช้ IOPE แต่ภาพนี้คือผ่านไป 4ชั่วโมงแล้วครับ ไม่มีการลงแป้ง ไม่มีการซับหน้าใดๆ เงาไปนิด

t-iope-1

พาทัวร์ innisfree มีอะไรน่าใช้บ้าง

สวัสดีครับ วันนี้เต้จะทุกคนไปทัวร์ Innisfree สาขาใหม่ ที่ฟิวเจอร์ปาร์ค ของแน่นของครบ หลังจากบิ้วคนรอบข้างจนเขาซื้อตามกันไม่ถูก มาดูกันว่ามีอะไรน่าสนใจ เต้ซื้ออะไรมาบ้าง ลุย!!

2

เกริ่นกันก่อน ว่าตอนแรกเต้ก็ไม่ได้อะไรมากกับแบรนด์สกินแคร์เกาหลี จนกระทั่งมีเพื่อนมาแนะนำว่าลองใช้แล้วดี บวกกับเต้ได้ไปเที่ยวเกาหลีพอดี อ่ะลองซื้อมา และพบว่าที่เกาหลี สกินแคร์แบรนด์ Innisfree เขาดังมากทีเดียว ขายดีแบบชาวเกาหลีเองก็เลิฟมาก แบรนด์เขาเน้นสกินแคร์นะ อยากจะย้ำตรงนี้ Innisfree ไม่ได้เน้นเรื่องเมคอัพ และคอนเซ็ปต์เขาคือค่อยๆฟื้นฟูผิวแบบธรรมชาติ ต้องใช้อย่างต่อเนื่อง พอใช้แล้วคือติด รู้สึกทุกวันต้องใช้จริงๆ ไม่ได้โม้

Innisfree อยู่ในเครือ AMORE PACIFIC ซึ่งเป็นเครือข่ายเครื่องสำอางอันดับ1ของเกาหลี คิดดูว่าเกาหลีมีกี่แบรนด์  innisfree เน้นการคัดสรรวัตถุดิบที่เป็นธรรมชาติครับ ปลูกแบบออแกนิค ไม่มีสารปนเปื้อน กระบวนกระผลิตทุกขั้นตอนจะทำแบบธรรมชาติ และส่วนผสมจะเน้นประโยชน์จากสารสกัดจากพืชมากที่สุด ได้ยินแบบนี้ก็เริ่มกล่อมตัวเอง พอกลับมาไทย เราก็เริ่มลองใช้ตัวที่ดังที่สุดของแบรนด์ คือ The Green Tea Seed Serum อ่ะ เดี๋ยวมาสาธยายว่าดียังไงนะครับ

3

เข้ามาในร้าน ด้านสกินแคร์ที่เด่นๆ เขาจะมีอยู่ 8 โซน เข้ามาในร้านจะเจอเรียงกันอยู่เลยครับ ครอบคลุมทุกปัญหาผิวทีเดียว

8

 

มาพูดถึงตัวแรก The Green Tea Seed Serum ตัวที่ขายดีที่สุด ได้รางวัลมากมายจนน่าอิจฉา ตัวนี้ทำให้เต้หลงรักแบรนด์นี้ นำพาให้อยากลองผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆของเขา

The Green Tea Seed Serum หรือเซรั่ม3วิ ซึมเร็วมากภายใน3วิ ให้ใช้เป็นตัวแรก เพราะจะช่วยซัพพอตกักเก็บครีมตัวอื่นๆที่เราทาลงไปครับ เป็นเซรั่มที่ให้ความชุ่มชื้นได้ดีมาก อุ้มน้ำ ล็อคความชุ่มชื้นในผิวได้ดี ตกเย็นมาล้างหน้าผิวยังมีความชุ่มชื้น นุ่มลื่น ถูกใจมาก ฟีลลิ่งมันดีอ่ะ จนแนะนำคนอื่นๆด้วย และทุกคนก็ชอบเหมือนกัน มันดีจนต้องบอกต่อจริงๆ ตัวนี้เรียกว่าเป็น Must have เลย ช่วยเติมน้ำหล่อเลี้ยงให้ผิว ลูบแล้วเรียบเนียน ไม่แห้งกร้าน ใช้ได้แม้ผิวมัน ไม่ทำให้มันเพิ่ม ซึมเร็วมากครับ 

14

ใครเน้นเติมความชุ่มชื้น แนะนำไลน์นี้ครับ ชาเขียว สะกัดสดๆใส่ลงไปมากกว่า90%

10

 

เต้ซื้อตัวนี้เพิ่มด้วย เป็น Sleeping Mask เคยใช้มาส์กเค้าหลายตัว แต่ไม่เคยมี Sleep Mask ก็สอยซะเลย

หลังจากใช้แล้ว รู้สึกผิวนิ่มมาก เนื้อครีมไม่หนักไปจนทิ้งความเหนอะ มีเม็ดบีท ที่พอนวดแล้วจะแตกตัวหายไปเอง ช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวขณะนอนหลับ ให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น ไม่แนะนำให้ใช้ทุกวันนะครับ เนื้อผลิตภัณฑ์ม่ความเข้มข้นสูง ป้องกันการอุดตันของเราด้วย

16

 

อีกไลน์ที่น่าสนใจ คือตัวที่สกัดจากถั่วเขียวครับ เน้นเรื่องแก้ปัญหาเรื่องความหมองคล้ำ

11

เต้สอยตัวนี้มา Soybean Energy Essence ปริมาณ 150ml. เอสเซ้นส์ที่ช่วยฟื้นคืนผิวให้ชุ่มชื่น กระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิว ส่วนผสมจากการหมักบ่มถั่วเขียวเป็นปี ที่จะช่วยฟื้นฟูผิวที่หมองคล้ำ ให้กระจ่างใส แข็งแรง กระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิวด้วยส่วนผสม 91%ที่ได้จากการหมักบ่มถั่วเขียวที่จะช่วยให้ผิวที่หมองคล้ำไม่สดใสให้กระจ่างใส และแข็งแรง ช่วยเรื่องต้านริ้วรอยแห่งวัย เห็นว่าฮิตติดท็อปเหมือนกัน จึงสอยมาแบบใจลอยๆ

เต้ซื้อตัว original มาครับ เขามีแบบเดียวกัน เป็นรุ่น Ligh ด้วย ตัวนั้นเนื้อเอสเซ้นส์จะเบากว่า ซึมเร็วกว่า ไม่เหนอะไม่มันเท่าตัวนี้ ใครชอบฟีลนั้นก็จงซื้อแบบนั้น

แต่เต้เลือกรุ่น Original มา เพราะจะทาตอนกลางคืน ต้องการความชุ่มชื้นสูงหน่อย ลองเทสแล้วก็ไม่ได้เหนอะขนาดนั้นนะ หนึบนิดๆ ในไลน์ถั่วเขียวนี้ เขายังมีตัวเซรั่ม ครีม ครบทุกอย่าง ยังไงใครชอบเรื่องการฟื้นฟูผิวหมองคล๋ำ ลองดูเป็นไลน์นี้ครับ

22

อีกตัวที่ทนกระแสไม่ไหว ที่เกาหลีพนักงานเชียร์มากกกกกก ลงนิตยสารเยอะมาก ไม่ซื้อพนักงานก็ยัดใส่มือแถมให้มาลองใช้ก่อน รักตรงนี้ จนพอเข้าไทยก็อ่ะ ซื้อซะเลย  คือตัวนี้ Orchid  Gel Cream สกัดจากดอกกล้วยไม้ ที่ปลูกอยู่บนเกาะเจจู กล้วยไม้นี้นางอยู่ท่ามกลางอากาศติดลบ แล้วไม่ตายด้วย แถมเกาะเจจูยังเต็มไปด้วยแร่ธาตุ ปลูกบนดินที่มีแต่แร่ธาตุชั้นดี นางจึงเป็นกล้วยไม้ราชนิกุล ซึ่งปกติกล้วยไม้ก็ถือเป็นดอกไม้ที่เหี่ยวช้าด้วย สะกัดมาเป็นตัวต่อต้านริ้วรอยแห่งวัยแบบนี้ จึงอยากลอง แบรนด์เขาภูมิใจนำเสนอกับสารสกัดตัวนี้มาก เป็นครีมที่แก้ปัญหาเรื่องผิวที่ขาดความยืดหยุ่น พร้อมทั้งป้องกันเรื่องปัญหาริ้วรอยแห่งวัย เต้เลือกแบบเจลครีมเพราะผิวมัน ใครผิวแห้งผิวผสม เลือกแบบครีมนะครับ

13

12

 

ตัวนี้เป็นไลน์น้ำแร่จากเกาะเจจู เน้นเติมความสดชื่นเติมอ๊อกซิเจนให้ผิว เป็นเอสเซ้นส์ที่เก๋มาก ตอนกดออกมาคือนางฟู่เป็นฟองเลย ใครอยากผิวพรรณสดใสไม่มีปัญหาอะไรมากมาย ตัวนี้ก็สดชื่นดีครับ

15

มาส์กที่อยากแนะนำ เป้นตัวนี้ครับ innisfree super volcanic clay mousse mask

มาส์กโคลน ที่มีส่วนผสมแคปซูลหินภูเขาไฟเชจู ช่วยดูดซับน้ำมัน และกระชับรูขุมขน ดูดซับสิ่งสกปรกจากผิว

ช่วยให้สิวแห้งยุบเร็วขึ้น ตัวนี้เป็นกระป๋องแบบมูส เค้ามีแบบกระปุกด้วย ซึ่งถูกกว่า แต่ตัวกระปุกจะแห้งกว่า เนื้อไม่นุ่มสมูทแบบตัวนี้ แบบกระปุกคือพอแห้งแล้วแห้งมาก แบบผงพิเศษประมาณนั้น ใช้สัปดาห์ละครั้งพอครับ เพราะหลังใช้คือหน้าแห้งเลย นางดูดออกมาหมด

19

ไลน์สำหรับต่อต้านริ้วรอยตีนกาต่างๆ มีเหมือนกัน

20

Innisfree Eco science wrinkle spot essence เอสเซนส์ลดเลือนริ้วรอยเฉพาะจุด ขายดีเหมือนกัน  สกัดจากพืชทะเล ช่วยลดเลือนริ้วรอยให้จางลง ราคาพันกว่าบาทครับ

 

มาถึงมาส์ก สิ่งที่ทำให้รักเกาหลี เพราะมาส์กถูกลื้มมมมม สอยตามโมเมพาเพลิน เพลินไปนิด ได้มาเป็นร้อยแผ่น มาส์กรุ่น Squeeze มีหลายสูตรมากกกกก เกือบ20สูตร แต่ทุกสูตรเน้นเติมความชุ่มชื้น ที่แตกต่างจากเพื่อนหน่อย แล้วดีงาม เต้แนะนำตัวว่านหางจระเข้ ชาเขียว ไผ่ ตัวนี้คือให้ความชุ่มชื้นด้วย แล้วสิวเต้หายเร็วขึ้นด้วย

4

อีกไลน์ที่ชอบ สำหรับมาส์ก คือตัว Skin Clinic ตัวนี้แพงกว่าหน่อย แต่แผ่นมาส์กดีกว่า เนื้อมาส์กโอเค ช่วยแก้ปัญหาผิว เช่น ขาดน้ำเป็นสิว เลือกสีน้ำเงิน Hyaluronic acid ซึ่งเป็นตัวที่เต้ชอบมาก แบบบอกต่อ

6

อีกตัวที่คุณพีอาร์สาวสวยแนะนำมากๆ คือมาส์กไลน์ Second Skin ซึ่งไม่ได้ซื้อมา แต่คิดว่าจะกลับไปสอย เพราะเพื่อนบอกว่ามันดีมาก มาร์กมันแบบไม่ใช้ผ้าๆ มันแนบสนิทติดผิวไปเลย แล้วก็ให้ความรู้สึกที่ดีมาก คุ้มราคาสองร้อยนะ

10156_3

นี่คือการอุ้มน้ำของมาส์กรุ่น Second Skin กรี๊ดมั้ยหละ >.<

ec8b9ced8ab8ebb984eab590

ยังจ่ะ เรื่องมาส์กยังไม่จบ มาร์กแคปซูลเค้าก็มี ตัวมาส์กแคปซูลกระปุกเล็กนี่ สนนราคาคือ 70บาท ใช้ได้ 2-3ครั้ง คือใช้แล้วปิดฝาเข้าตู้เย็นไว้ ตัวที่ชอบก็คือปุกสีน้ำเงิน สะกัดจากสาหร่าย สีฟ้าช่วยเรื่องสิว สีน้ำตาลช่วยเรื่องผิวมัน ทาทิ้งไว้15นาทีแล้วล้างออก ขณะทาลงบนผิว มันจะอุ่นๆ รู้สึกว่าผิวสะอาดมาก เหมือนอบไอน้ำหน้ามา

7

 

สรุปโซนสกินแคร์กันหน่อย ว่าใครควรไปโซนไหน

ผิวขาวใส ปรับสีผิวให้กระจ่างใส แก้ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอให้ไปหาโซน”ส้มเจจู” (สีส้ม)

ผิวมัน รูขุมขนกว้าง ให้ไปหาโซน”โคลนภูเขาไฟ” (สีน้ำตาล)

ผิวมีอายุหน่อย ขาดความยืดหยุ่น ไปหาโซน “ดอกกล้วยไม้” (สีม่วง)

ผิวเป็นสิว ไปหาโซน”ลูกจันทร์เทศ” (สีฟ้าๆ)

ผิวต้องการความชุ่มชื้น ไปหาโซน “ชาเขียว และ Sparkling mineral”

ลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย ริ้วรอยที่เกิดขึ้นแล้ว ไปหาโซน”Eco Science Wrinkle” (สีน้ำเงิน)

ส่วนใครต้องการลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากสิว ผิวพรรณไม่สดใส หมองคล้ำ ไปหาโซน”ถั่วเขียว” 

 

โซนบิวตี้เขาก็มีนะ แต่เต้เคยใช้แค่สเปรย์หน้าเงา ไพรเมอร์ กับแป้งคุมความมัน

9

ใครอยากสอยคูชั่น ลองดูวันนะครับ ถ้าจำไม่ผิด วันเสาร์ที่2ของเดือน จะเป็นวัน Cushion Day ครับ คือซื้อ 1 ได้แถมรีฟิวมาอีก 1 ครับ คุ้มสุดๆ

23

แป้ง Innisfree No-Sebum Mineral Powder  แป้งฝุ่นเนื้อบางเบา ละเอียด ช่วยดูดซับความมัน ปราศจากน้ำมัน ช่วยดูดซับความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้ด้วย ให้ความรู้สึกสบายผิว สะกัดจากธรรมชาติล้วน อ่อนโยนต่อผิวที่บอบบางและระคายเคืองง่าย ปราศจากส่วนผสมของพาราเบน สีสังเคราะห์ น้ำมัน วัสดุที่เป็นสัตว์ และTalcum ตัวนี้เอามาแตะปากหลังทาลิปให้ดูแมทขึ้นหรือติดทนได้ด้วย ราคาน่ารัก ราวๆสามร้อยครับ

สเปรย์ก็เงาดี แต่สู้ eSpoirไม่ได้ ส่วนคูชั่น ใครอยากสอย ย้ำว่าต้องเป็นคนขาวครับ เพราะมีแค่สามเบอร์ เต้ผิว nc30 ก็ยังไม่รอด 5555

innisfree no-sebum blur primer ก็เป็นไพรเมอร์ที่เบลอรูขุมขนได้ดี ราคาน่ารักด้วย ซื้อมาจากเกาหลี ที่เกาหลีคือหมดเร็วมาก เมคอัพทุกตัวควรไปลองที่ชอปก่อนนะครับ เพื่อความชัวร์ เต้ชอบคุณอาจจะไม่ชอบหรือไม่เหมาะกับผิวคุณก็ได้

IMG_9766

ได้เวลาจ่ายตัง เพลินเลย ขอบคุณ คุณไปป์ และ innisfree Thailand ที่ชวนเต้ไปช้อปปิ้งนะครับ ของดีใช้แล้วชอบเราก็บอกต่อกัน ชอปในไทยราคาไม่ได้ร้ายแรงครับ ถือว่ารับได้ โอเคเลย ยังไงลองไปดูนะครับ

สาขา innisfree ตอนนี้ มีที่ เซ็นเตอร์พ้อยท์ ออฟ สยามสแควร์ ชั้น 1 , เมกา บางนา ชั้น 1, ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 1, แฟชั่น ไอส์แลนด์ ชั้น 1

fanpage innisfree Thailand

24

3 อปป้า พา ฟิน อิน เกาหลี (ตอน2)

อปป้า พา ฟิน อิน เกาหลี (ตอน2) ภาคจบ

กลับมาแล้ว ขออภัย สัญญาว่าจะมาวันศุกร์ แล้วยังไง…. เที่ยวเพลินไง ลืมสัญญากับน้องนางชาวบล็อก เมาจนจำรหัสเข้าบล็อกตัวเองไม่ได้ 55555  กลับมาแล้วครัช สำหรับ Day 3  และ Day 4 ที่ทุกคนรอคอย (ทุกคนมั้ยนะ 555) เต้ต้องขอบคุณทุกคนมาก มาก ๆ จริงจัง คือบล็อกเต้มีคนแชร์เยอะมาก มากแบบเห้ย ขอบคุณมากครับ แซวได้อะไรได้ไม่โกรธเคือง ยังไงฝากแฟนเพจไว้แล้วกัน แฟนเพจLathae มีคนสนใจเรื่องสกินแคร์เยอะมาก จะพยายามอัพเดตบ่อยๆครับ สัญญต่อหน้าแป้นพิมพ์

 

เอาหละ ความเดิมตอนที่แล้วคือ Day 2 เราพังยับเยินกันไปที่ NB2 ใครได้ดูคลิปในแฟนเพจมา จะทราบว่า เมาเละและคำหยาบเพียบ ไม่ควรลงซ้ำ 55555 เสียสติหนัก ขากลับมีพี่พงษ์เดินนำทางอย่างมีสติเพียงผู้เดียว

ฝากร้าน 3 อปป้าชุดดำ  Instagram ทั้ง 3 อปป้า Lathae, Berubill, plaaakapong  ไปตามกันได้ ล่าสุดอปป้าบิวเป็นโมเดลพึ่งออกทีวีไป เผื่อใครติดใจ, อปป้าพงษ์เป็นครูสอนดนตรี คลาริเน็ต, อปป้าเต้นั้นเป็นมาร์เก็ตติ้งครับ

 

Day 3

เริ่มวันนี้ทั้ง 3 อปป้า เรานัดกันในธีมสีดำ ใครไม่ใส่ชุดดำจะโหวตออก ซึ่งทุกคนให้ความร่วมมืออย่างดีครับ สีดำช่วยให้เรามีความเนียนเป็นอปป้า เพราะทั้งถนนล้วนแต่งสีดำ

IMG_6608

ลุย!! เราเดินไปหาร้านขนมกัน วันนี้เราตื่นสายเช่นเคย เพราะนอนกันเกือบหกโมง

ใครที่ชื่นชอบขนมหวาน โยเกิร์ต กาแฟ แบบที่หวานกำลังดี ไม่หวานมาก แนะนำร้านนี้ครับ ร้าน’YOGER PRESSO’ อยู่สถานีรถไฟฟ้าฮงอิก ทางออก 3 เดินตรงไปเรื่อยๆ จนเจอแยกถนนใหญ่ ร้านอยู่ซ้ายมือติดแยกไฟแดง ติดถนนเลย

IMG_7028

12642659_10153301100840913_6866949340442644038_n

IMG_7021

นั่งติดถนนถ่ายรูปเก๋ๆ คนเกาหลีเค้าไปนั่งในร้านหมด เพราะมันหนาว เรานี่นั่งฟันแห้งให้ลมพัดท่ามกลาง0องศากันแบบสตรองมาก

12695130_10153308226285913_248482365_o

ความดีงามของร้านนี้คือ เค้ามิกซ์ความเป็นโยเกิร์ตได้กำลังดี ชี้ๆเลือกที่เคาว์เตอร์ได้ มีรูป ท็อปปิ้งบราวนี่ สตอเบอรี่ หรือชีสเค้กโยเกิร์ตที่เต้สั่ง คือเป็นแก้วละ200ที่คุ้มมาก เพราะเครื่องแน่น อิ่มแบบกินไม่หมด ที่สำคัญ มีออกมาเฉพาะช่วง Winter ข้างล่างเป็นสมูทตี้ช็อกโกแลตครีมสดปั่น และรองด้วยไอติมโยเกิร์ตอีกชั้น มันดีมากกกกกกก ต้องลองจริงๆ

12710871_10153315999185913_1854739609598411013_o

ท่าเดินแต่ละคน ไม่ได้เก็กเลยยยย

เสร็จจากการเติมความหวานแต่เช้า เราก็ไปกันที่ฮานึลปาร์ค สวนดอกหญ้าในตำนาน ที่ฮิตทั้งชาวไทยและชาวเกาหลี รูปที่นี่จะมีเยอะนิดนึง ทำใจนะ 5555  ดีเจพุฒิ แพรี่พาย ทุกคนมากันหมด เราจะไม่มาได้ยังไง สู้ไม่สู้

 

IMG_6601

ฮานึลปาร์คไปไม่ยากครับ ไปลงที่ Haneul Park subway : World cup stadium ทางออก 1 ข้ามถนนมาฝั่งสวนสาธารณะที่อยู่บนเขา อยู่ในพื่นที่ของ World cup stadium หาทางขึ้นที่เป็นบันได 300 ขั้นให้เจอ ไม่ถึง300ขั้นไม่ได้ปีนเขาแปลว่าผิดที่

อ่อ แต่ๆๆ ลงจากรถไฟฟ้าปุ๊ป อย่าหมุนตัว ขอให้เดินตรง เพราะเราหลงมาแล้ว เอะอ่ะพุ่งขึ้นเขาเลย แสรดดดด เดินขึ้นเขากันผิดลูก เหนื่อยเชี้ยยยยยยยย 55555555  แต่ในความหลงทางนั้น มันทำให้เราเจอวิวใหม่ๆครับ สวยเหมือนกัน

สวนดอกหญ้าฮานึล ควรมาช่วงไหน? เห็นว่าช่วงซัมเมอร์มีแถวยาวเหมือนกันครับ เพราะอากาศดี ไม่หนาวหน้าชาขนาดนี้ และมีดอกหญ้าขึ้น เต้ไปเดือนมกรา ฟีลมันจะเป็นดอกหญ้าแห้ง สีโทนน้ำตาลทองทั้งสวนเลย สวยไปอีกแบบ และแม้เราจะไปตอนเที่ยง แต่ขอบอกว่าแสงสวยมาก แสงละมุน เพราะมันหนาวมากกกกกกก แล้วอยู่บนเขา มองไปเห็นแม่น้ำครับ ซึ่ง แม่น้ำยังเป็นน้ำแข็งเล๊ย อยากลงไปปล่อยพลังน้ำแข็ง Lets it go ….

IMG_6578

IMG_6518

 

หาทำเลดีๆถ่ายรูปกันครับ เปลี่ยนภาพโปรไฟล์กันได้ตลอดปี  โชคดีที่เรามาคนไม่เยอะมาก ถือว่าน้อยเลย

IMG_0002

IMG_7090

12364226_10153308213100913_495413153_o

เราอยู่ที่สวนฮานึลกันนานมาก เรียกว่าเพลินแบบไม่รู้ตัว ใครจะมา เต้แนะนำให้ทานอะไรมาให้เรียบร้อย เพราะไม่มีอะไรขายเลยยยยย หิวข้าวเที่ยงกันแบบเสียสติมาก

IMG_7113

คือใครที่เดินจนล้าแบบเรา เต้แนะนำว่าขาขึ้น ให้ขึ้นรถมาครับ คล้ายๆรถกอล์ฟ 2000วอน ราวๆ 60 บาท จอดอยู่บันไดทางขึ้นนั่นแหละ มีพลาสติกคลุมรถปกป้องเราจากลมตลอดคัน เพราะมันหนาว ส่วนขาลงก็เดินลงได้ชิวๆ ขาขึ้นเหนื่อยมากพูดเลย มีอาการขาสั่นเบาๆ  เด็กในรูปเดินขึ้นพร้อมกัน น้องเดินแซงพี่ไปแบบชิวๆ รู้สึกเจ็บ

IMG_7068

 

เสร็จจากฮานึลปาร์ค ก็นั่งรถไฟฟ้ากลับไปยังเมียงดง ที่ๆเราไปเวลาไม่รู้จะไปไหน เพื่อทานมื้อเที่ยงตอน 5 โมงเย็น

มื้อนี้กินร้าน Yoogane  ย่านเมียงดง  ของเด็ดคือไก่ผัดซอสพริกเกาหลี เราสั่งซีฟู๊ดมาครับ ราคาคิดเป็นหัวนะ คนละราวๆ 300 ผักฟรีเติมได้ตลอดเช่นเดิม โซจูเบียร์ประเทศนี้ขายทั้งวัน ซดโลดดดด

IMG_6535

พนักงานจะมาผัดให้ครับ เค้าจะรู้งาน ไม่ต้องพูดกันเยอะแยะ จิ้มๆรูปอย่างเดียว เต้สั่งเพิ่มข้าว เพิ่มชีส เพราะหิวกันมาก

IMG_6567
คลิปผัดข้าว พร้อมชีสยืดดด

อิ่มแบบกลิ้งได้แล้ว เราก็จะไปเดินเล่นกัน แป๊ปๆฟ้ามืดแล้ว วันนี้เราจะเดินชิวกัน เราจะไม่เข้าผับบาร์ครัช เพราะพรุ่งนี้บินกลับ เกรงว่าจะเพลินแล้วตกเครื่อง

IMG_6634

สตอเบอรี่ยังเป็นสิ่งที่กินทุกวัน วันนี้ลองแบบเคลือบช็อกโกแลต ไม้ละ 30 บาท ลูกใหญ่เท่าแอปเปิ้ล คือแนะนำให้กินสตอเบอรี่เฉยๆ ไม่ต้องเคลือบช็อกโกแลต เพราะอากาศหนาวขนาดนี้ ช็อกโกแลตแข็งมากกกกก กัดทีฟันแทบหลุด ซื้อมาเป็นพร๊อพถ่ายรูปพอ 55555

Processed with VSCOcam with hb1 preset
Processed with VSCOcam with hb1 preset

ของกินเยอะแบบว่าต้องเลือก ถ้ากินหมดอาจจะอ้วนตาย หรือกางเกงต้องมีการปลดตะขอ

IMG_6626

 

กินจนสาแก่ใจ มาถึงการช้อปปิ้งเครื่องสำอางส่งท้าย  ที่เต้เกริ่นไว้ตั้งแต่ตอนที่แล้วว่า เครื่องสำอางซื้อที่ไหนดี จากการที่เดินเมียงดงทุกวันนะครับ เขาแถมน้อยมาก น้อยกว่าเมื่อก่อนมากๆ นอกจากคุณจะมากับทัวร์ครับ บางร้านนี่ซื้อไปร่วมสามพัน นางไม่แถมเลย ฮะโหล งง แกๆๆ นี่เต้ไง แถมหน่อยสิ  5555

ใครไปกับแฟน แนะนำให้ผู้ชายไปจ่ายตัง จะได้ของแถมเยอะกว่าสตรีเพศ สบตาคนขายยิ้มให้หวานๆ  ด้ายยยยย

ด้วยความบังเอิน เดินผิด จึงเจอร้านเด็ด ร้านที่ควรเหมาเครื่องสำอาง จะไปรถไฟฟ้าใต้ดิน ปรากฎลงผิด ลงไปเป็นช้อปปิ้งมอลล์ในสถานีรถไฟใต้ดิน ร้านรวงขายของเต็มไปหมด พิกัดข้างๆเมียงดงเลยครับ ที่ๆไม่ใช่รถไฟฟ้า เดินลงไปเลยยย 5555 จะมีร้านเครื่องสำอางขายถูกกว่าบนดินอยู่เยอะมาก

จริงๆแล้วไม่จำเป็นต้องซื้อที่เมียงดงสตรีทเลยครับ อย่างแบรนด์ It’s skin เต้ก็พบว่าสาขาที่ถนน Garosugil ถูกกว่ามาก ลดแหลกแจกกระจาย  tony moly ที่ซื้อ1แถม1

เต้ซื้อเครื่องสำอางส่วนใหญ่ ที่ร้านนี้ครับ Beauty Credit อยู่ติดประตูช้อปปิ้งมอล์ใต้ดิน ตรงทางเข้าเลย คือมีทุกยี่ห้อ แล้วราคาถูกกว่าในชอป มาร์กนับร้อยแผ่นเต้ก็ซื้อที่นี่ ใครตามแฟนเพจจะเห็นว่าเต้ซื้อมาหลายแบบมาก มีมาร์กราคาตั้งแต่ 10 บาท ยัน 120 บาท ซื้อมาเกือบ 200 แผ่น ปีนึงมีแค่ 365 วัน คือต้องมาร์กทุกวันนะเธอถึงจะหมด

IMG_6728

มาร้านนี้ควรซื้ออะไร เต้แนะนำมาร์ก เพราะโปรแรงมาก ลด 15% – 50% หลายๆอย่างถูกกว่าในชอปของแบรนด์มากๆ เช่นมาร์กDermalที่บ้านเราขาย 45บาท เต้ซื้อมา 10บาท!!  แบรนด์ IOPE, Dr. MJ ที่หายากๆ ร้านนี้ก็มี แล้วอาจุมม่าเจ้าของร้านนี่แถมเยอะมากกกก เยอะแบบเต็มถุง ของแถมเป็น Sulwhasoo นะเธอ อาจุมม่าพูดไทยได้ดี เชียร์จนเราเสียสติ พูดไทยได้จนฟังไม่ทัน ถ้าหาอะไรไม่เจอหรือในชอปหมด ลองหาร้านอาจุมม่าดู

มาร์กLine ที่ชอปขาย 900 เต้ซื้ออาจุมม่าเหลือกล่องละ 700 เอง  ตัวฮิตจะเป็นสารสะกัดจาก หอยทาก ทองคำ พิษงู และล่าสุดที่เริ่มเห็นในเกาหลีเยอะคือรกหมู ช่วยเรื่อง ความชุ่มชื้น สิว ผิวใส และริ้วรอย

มาร์กแบรนด์เกาหลีที่แนะนำให้ซื้อ คือ แบรนด์ innisfree ดีมากๆ แล้วเค้าก็ไม่ลดราคานะ เชิ่ดไปอีก ที่เกาหลีราคาอยู่ที่ 1,000 – 2,200 วอน 30-70 บาท ซื้อไปเลยยย เหมาไปเลยยย แนะนำรุ่น Skin clinic มันเวิร์ค ผิวอิ่มน้ำฉ่ำๆสูขภาพดี ไม่อุดตัน สิวหายเร็วด้วย รุ่น squeeze mask มีหลายสูตรมาก แนะนำ ว่านหาง, ไผ่, แตงกวา ชอบว่ามันดูชุ่มชื้นกว่าตัวอื่นๆในไลน์นี้ ราคาถูกด้วยครับ

innisfree มีน่าใช้หลายตัวครับ เดี๋ยวเต้แยกบล็อกออกมาอีกที คือชอบส่วนตัว และเคยใช้หลายตัวมาก ล่าสุดไปงานเปิดตัวเค้ามา ได้ลองครบทั้งแบรนด์ รักไปแล้ว

IMG_6653

ช้อปปิ้งจนสาแก่ใจ ได้เวลากลับที่พัก คืนนี้เราจะเดินเล่นแถวที่พักกันครับ ฮงอิกในคืนวันเสาร์นี่เดินเพลินที่สุดแล้ว

IMG_9998

คืนวันเสาร์ฮงอิกจะมีความคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะสิ้นเดือน จะมีเหล่านักศึกษา ออกมาขายของ แสดงความสามารถ ร้องเพลง เต้นโคฟเวอร์ มีร้านปาเป้าต่างๆให้เล่น อ้อ แนะนำว่าให้ไปปาเป้า มันได้อรรถรสมาก จะมีหญิงสาวชาวเกาหลีมาคอยยืนลุ้นยืนเชียร์อยู่ข้างๆ ดีนะที่ปาแม่น ไม่อายเค้า 55555 ราคา 100 – 300 บาท ต้องปาได้ 6-10ดอก ถึงจะได้ตุ๊กตา ผู้ชายมักจะมายืนเก็กปาโชว์ ถ้าได้ก็ให้แฟนสาว กุ๊กกิ๊กกิงก่องแก้วได้อีก

คลิปอปป้าเต้นโคฟเวอร์     อปป้าแท้และไม่แท้ปะปนกันไป 5555

IMG_6684

เดินๆไปเฉียด NB2 เจอคลับนี้ ชื่อ Green Light คนต่อแถวรอเข้าเยอะมากกกกกกก รู้สึกว่าต้องมีอะไรในนั้น ไว้คราวหน้าจะมาเยือน มันต้องเลิศแน่ๆ

IMG_6693

แวะร้านกาแฟ จำชื่อร้านไม่ได้ ทางไป โคคูนผับ ชาเขียวคาราเมลอร่อยมากร้านนี้ ร้านกาแฟที่นี่น่านั่งทุกร้านเลย บรรยากาศดี และเป็นที่หลบอากาศหนาว

IMG_7150

เรายังเดินเล่นไปเรื่อยๆ และเพื่อให้เรารู้สึกว่ามาถึงเกาหลี จึงหาร้านเพื่อลองปลาหมึกดิ้น เกาหลีเรียก ซันนักจิ นางดิ้นเบาๆ แต่ดูดจานแรงมาก รสชาติจืดๆ รู้สึกว่าไม่ต้องลองก็ได้ เฉยๆ เอาไปผัดเผ็ดเถอะ อ้อ ปลาหมึกผัดเผ็ด ควรสั่ง เกาหลีเรียก”นักชีบกกึม” พีคคคค ดีงาม

คลิปกินปลาหมึกดิ้น

IMG_6677

 

ต่อด้วยอีกร้าน เป็นร้านสารพัดจะชุบแป้งทอด ข้างๆร้านบุฟเฟ่ต์ปลาแซลม่อนในตอนที่แล้ว พนักร้านคือดี ดีแบบนั่งดูหน้าสัก3ชั่วโมงเหอะ

IMG_7147

พึ่งเคยลองชิมไวน์ข้าวครั้งแรก คือมโนรสชาติไม่ออก ปรากฎอร่อยมาก มีขวดสองขวดสามตามมา มันเมาแบบนิ่มๆ รสชาติทานง่าย ติดใจจนกลับไทยมาก็ซื้อกินต่อ

จบวันนี้ไปแบบเมาของทอด ไม่ปาร์ตี้ไม่เข้าผับ พรุ่งนี้เช้าเตรียมกลับนะค้าบ

……………………………………………………

 

Day 4 วันนี้ตื่นเช้า เก็บกระเป๋า และๆๆ ไปใช้เงินให้หมด มีเวลาน้อยมากๆ

เริ่มจากกลับไปร้านเครื่องสำอางอาจุมม่า ละลายเงินเหรียญและเงินในบัตร T-money ที่ร้านสะดวกซื้อ

ใครมาเกาหลี อย่าคิดจะซื้อของวันอาทิตย์นะครับ คือถนนร้างมาก เหมือนไม่มีใครอยู่ ของกินไม่ขาย เดินกันอยู่3คนทั้งถนน ร้านข้าวร้านขายของปิดเรียบ คือมันเป็นวันพักผ่อนเค้าครับ

12669381_10153308203460913_894208729_o

โล่งมาก งั้นถ่ายรูปก่อน

IMG_6754

เช้าวันอาทิตย์ ร้านอาหารปิดรัวๆ ร้านลุงข้างทางคือมาช่วยชีวิตเราไว้ อร่อยทุกร้านสำหรับคนกินง่ายแบบเต้ เต้ชอบไส้กรอกเลือด และโอเด้ง น้ำซุปอร่อย ซดได้ไม่อั้น

IMG_7151

 

และสุดท้าย เงินที่เราเก็บไว้เพื่อซื้อรองเท้า ยี่ห้อ Floder ไม่มีในไทย แนะนำนะครับ ทรงสวย ใส่สบาย (รุ่นหนังแอบแข็งไปนิด) ราคาไม่ได้ถูก 2,300 – 3,000 บาท ซื้อเพราะมันไม่มีใครซ้ำ  เต้ซื้อสีมัสตาด พี่พงษ์ซื้อสีขาว Floder มีที่ฮงอิก ที่เมียงดง สาขาอื่นไม่แน่ใจ ร้านจะอยู่รวมกับรองเท้าผัาใบหลายๆแบรนด์ครับ

 

ครบ โอเค กลับบ้าน ขอข้ามเรื่องการนั่งรถไฟฟ้าไปสนามบินต่างๆ คือมันเดิมๆไม่ได้สนุกอะไร แต่ tax refund ที่เกาหลีง่ายขึ้นเยอะ ใครซื้อของก็ขอไว้นะครับ ได้เงินคืนหลายอยู่ ที่สนามบินจะมีจุดขอชัดเจน รวดเร็ว บริการดีมาก

ใครกลัวน้ำหนักกระเป๋าเกิน แนะนำให้ซื้อที่ชั่งกระเป๋าแบบพกพาไปจากไทย เต้ซื้อที่เว็บ ituremart  ร้อยกว่าบาทเอง ชั่งได้เป๊ะมาก มีหน่วยน้ำหนักหลายแบบ

IMG_6062

จะจบละ มาถึงของที่เต้แนะนำให้ซื้อนะครับ  นี่คือของที่ช้อปปิ้งมาทั้งหมด

IMG_6781

ควรช้อปปิ้งอะไรดี?  (กล่องซ้ายมือคือของแถมจากร้านอาจุมม่าชั้นใต้ดิน ครึ่งกล่องอ่ะคิดดู)

เครื่องสำอาง และ ถุงเท้า เป็น 2 สิ่ง ที่ made in Korea แน่นอน ถุงเท้าเค้าถูกมาก และใส่ดีมาก ควรสอย

ตะเกียบสเตนเลส แร่ที่เกาหลีมีมากมาย จึงราคาถูก ตะเกียบสะเตนเลส ถ้วยสเตนเลสใส่ข้าวแบบในซีรี่ย์ 30-80 เท่านั้น

เครื่องสำอางส่วนตัวปกติติดพวกเคาว์เตอร์แบรนด์ในห้าง หลังๆรู้สึกว่าเกาหลีเค้าพัฒนาได้ดีขึ้นมาก เพราะการแข่งขันสูง และราคาก็ถือว่าโอเค จึงชอบ รองพื้นแป้งไม่ค่อยรับฝากซื้อ เพราะด้วยสี คนเกาหลีคือมีแค่ขาวกับขาวมาก มีแค่บางแบรนด์เท่านั้นที่รองพื้นจะมีถึง5เฉดขึ้นไป เช่น Espoir, Hera, Sulwhasoo ซึ่งราคาก็ไม่เบานะ

สกินแคร์ที่แนะนำ

  • Missha time revolution the first treatment essence เป็นเอสเซ้นน้ำตบบำรุงผิว สกัดจากยีส ที่เค้าทำได้ดี แอบเก็บข้อมูลมาจากพันทิปว่าได้ผลดี และดีจริง ผิวใสขึ้น ราคาประมาณพันนิดๆ ใช้ได้สามสี่เดือน
  • มาร์กแผ่นจาก Innisfree ดีทุกตัวไม่ได้โม้ แนะนำรุ่น Skin clinic ยกโหลมาเลย
  • เซรั่ม สกัดจากพิษงู ของ It’s skin ประมาณ 400บาท ผิวแน่นกระชับ รูขุมขนดูกระชับขึ้น
  • innisfree green tea seed serum ใครได้ดูคลิปในเพจเต้ จะรู้ว่าเต้อวยมาก เกาหลีเค้าเรียกเซรั่ม3วิ  3วินาทีซึมเลย คือผิวเราชุ่มชื้นดีขึ้นมาก ในราคาหกร้อย เชื่อแล้วว่าทำไมขายดีติดอันดับ 1 ผิวมันชุ่มชื้นแบบไม่มันเยิ้ม ตกเย็นล้างหน้าผิวนี่ยังมีความนิ่มอยู่

มีอีกหลายตัวที่สอยมาตามคนอื่นรีวิว แต่ยังไม่ลอง คือในภาพเยอะมาก ไว้ลองแล้วตัวไหนดีจะมาแนะนำอีกทีนะครับ สกินแคร์เกาหลี เราควรสอยนะ จ่ายไปห้าพันนี่ใช้ได้ถึงปีหน้าเลย คุ้มค่าการลงทุม

 

ทริกเล็กน้อย สำหรับการสั่งอาหาร แนะนำให้เซิร์ชชื่ออาหารไป ปริ้นเป็นใบไปเลย เอาแบบทุกเมนูในเกาหลี(มีไม่เยอะเท่าอาหารไทยหรอก) ไปถึงร้านก็จิ้มที่ชื่อเลย  เช่น 낙지볶음 (นักชีบกกึม) ปลาหมึกผัด / 김치찌게 (คิมชี ชีเก) แกงกิมจิ  แล้วชีวิตเราจะง่ายขึ้นมากๆเวลาไปร้านอาหาร

 

พวกเรา 3 โอปป้า นี่ก็พยายามจะเป็น backpacker อยู่แบบพอเพียง  แต่…ไม่รอด  55555+ สรุปว่า backpacker นั้นไม่ใช่ทางของเรา

สรุปราคานะครับ ขอสรุปรวมๆ ว่าทริปนี้ เฉลี่ยอยู่ที่คนละ 19,000 บาท

  • ตั๋วเครื่องบิน + น้ำหนักกระเป๋าไปกลับเที่ยวละ 20 กิโล + ที่พัก 3 คืน = 10,000 บาท
  • ค่าอาหารทุกมื้อ + ค่าเข้าผับค่าเหล้าแบบเต็มที่ + ค่ารถไฟฟ้าค่าเดินทางตลอดทริป รวมหมดทุกสิ่ง = 9,000+

อากาศที่เต้ไป อยู่ที่ 4 ถึง -6 หลายคนกลัวแข็งตาย บอกเลยว่าอยู่ได้ นี่กลัวถ่ายรูปแล้วอ้วน ยืนยันว่าจะไม่ใส่เสื้อขนเป็ดเสื้อมิชชะลินใดๆ ก็อยู่ได้ ทริกของเราคือ ใส่ฮีตเทค Uniqlo แบบธรรมดาแขนสั้น 1ชั้น + ฮีตเทคแขนยาว Extra warm 1 ชั้น + เสื้อคอเต่า + เสื้อโค้ท เอาอยู่  ใครที่ร่างกายบอบบาง แนะนำให้เพิ่มหมวกไหมพรม(กันหูชา) และ ถุงมือ(กันมือชา) ผ้าพันคอ  ส่วนเรา3โอปป้านี่ ทุกคนออกกำลังกายเป็นกิจวัตร เดินกันสตรองมาก

ใครนึกภาพไม่ออกว่าหนาวขนาดไหน ให้มโนว่าเรานอนในช่องฟรีซตู้เย็น

 

โอเค จบแบบจบจริงๆ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะครับ รักมาก ไว้ครั้งหน้าเต้จะไปที่ไหน หรือใครอยากรู้เรื่องอะไร แนะนำมาได้นะครับ ถ้าชอบช่วยแชร์หน่อย เหมือนขอกำลังใจ 555  เลิฟยู ❤

ใครยังไม่ได้อ่านตอนแรก คลิกที่นี่เลย 

3 อปป้า พา ฟิน อิน เกาหลี

กับ 3 อปป้า พา ฟิน อิน เกาหลี 4วันมันไม่พอ

โซลซัดโซลเซย์ #SeoulSatSeoulSay

IMG_7062
สวัสดีครับ เต้นะครับ คุ้นหน้าบ้าง ไม่คุ้นหน้าบ้าง ไม่เป็นไร วันนี้ขนเพื่อนมาด้วยอีก2 จะพาไปฟินอินเกาหลีกันแบบถึงใจถึงอารมณ์ งานนี้บอกเลยว่า วัดจะไม่เจอ งานตื่นเช้าใดๆจะไม่มี ทริปนี้เน้นหาที่ถ่ายรูป(ตัวเอง) เที่ยวกลางคืน ช้อปปิ้งแน่น กินไม่หยุด  28-31 มกราคม อากาศ -6 ถึง 2 องศา เรียกว่าหนาวแบบถึงใจ

แนะนำตัวละครเรานิดนึง

 

IMG_6332
อปป้าเต้ ผู้บิ้วทุกคนให้จองตั๋วตาม เต้คือคนที่เคยไปเกาหลีมาแล้ว 3 รอบ แต่ๆๆ พาเพื่อนหลงทุกที่เลยยยย ความแน่นของอปป้าเต้นั้น นอกจากคอสตูม ก็คือความเป๊ะเรื่องรถไฟฟ้า นั่งถูกลงถูก ไม่มีหลง เพราะตอนอยู่ไทยคือใช้ชีวิตด้วยรถไฟฟ้าล้วน  IG : Lathae  แฟนเพจ

IMG_6383

คนที่สอง อปป้าบิว ผู้จองตั๋วไปด้วยอย่าง งงๆ เนื่องจากถูกบิ้วว่า นี่แกๆไปสิ ไปเจอหิมะในราคาแค่หมื่นห้า และตลอดทริปนั้น บิวไม่เจอหิมะเลยยยยย (ไหว้ขออภัยมา ณ ที่นี้) ความดีงามของอปป้าบิว คือมันถ่ายรูปสวยมาก ดังนั้น ทริปนี้ทุกคนจะมีรูปที่ดีที่สุด IG : Berubill เข้าไปดูซิกแพคได้

IMG_6914

คนที่สาม อปป้าพงษ์ นี่ก็ถูกบิ้วด้วยซีรี่ย์จำนวนมากที่เราส่งให้ไม่หยุด เราจะกินนู่นนี่นั่น เราจะแต่งตัวแบบนี้ๆๆๆ คืออปป้าพงษ์นั้นจองตั๋วทีหลังเพื่อน จึงแพงกว่าเพื่อน และเค้าคือผู้มาช่วยให้เราไปไหนมาไหนถูก เนื่องจากอปป้าพงษ์นั้นดูแผนที่เป็น ไม่มีพี่ไม่รู้จะใช้ชีวิตอย่างไร  IG : plaaakapong  และขายเสื้อผ้าที่ตลาดปิ่นเกล้า ไปอุดหนุนไปแทะโลมพ่อค้าได้ครัช

 

ทั้ง 3 อปป้านั้น พวกเราชอบออกกำลังกายครับ อปป้าบิวนี่กล้ามอย่างแน่น บอกทำไม? คือไปเกาหลีรอบนี้ อากาศมันติดลบ ถือว่าพวกเราโชคดี ที่ทุกคนร่างกายพร้อมมาก บ้าเข้าฟิตเนสกันทุกคน จึงไม่มีใครป่วย ก่อนไปเที่ยวในที่ๆอากาศต่างกันมากๆ เตรียมพร้อมร่างกายกันดีๆนะครับ พกยากันไปด้วย ยาแก้แพ้ แพ้ท้องเสีย แก้ปวด พกยาพร้อมฉลากใส่กระเป๋าไปด้วย ทริปจะไม่สะดุดแน่นอน

 

เอาหละ เกริ่นยาว เดี๋ยวคนอ่านหาย มากันที่ Day 1  วันแรกไม่มีไรมาก เพราะถึงก็เย็นแล้ว กว่าจะหาที่พักต่างๆ แต่ๆๆ ของกินเราพีคทุกวันนะ เหนื่อยแค่ไหนก้ต้องกิน

เราข้ามวิธีขึ้นเครื่อง วิธีเข้าตม. ไปแล้วกัน เพราะมีคนรีวิวเยอะแล้ว ขอบอกว่าผ่านตม.สบายมาก แค่เรามีเจตนาที่ดี ยิ้มแย้ม และแต่งตัวให้แฟชั่นวีคที่สุด

 

ข้ามมาที่ลงเครื่องเลย ลงเครื่องปุ๊ป ก็เอาบัตร T-money ไปเติมเงินครับ ตลอดทริปใช้ค่าเดิมทางรถไฟฟ้าราวๆ 20,000วอน หรือ 600บาท บัตรนี้ใช้ได้ยันรถเมล์ ร้านสะดวกซื้อ คุ้มครับ เต้ขึ้นรถไฟฟ้าจากสนามบินไปลงสถานีฮงอิกเลย ใครที่คิดจะนั่งรถไฟฟ้า กระเป๋าเดินทางต้องขนาดกำลังดี ลากได้แบบหมุน360องศาได้ คล่องตัวดีครับ ระยะเวลาประมาณชั่วโมงนึงจากสนามบิน

d11

เราพักกันที่ Jam Guesthouse ย่านฮงแด ราคาแสนถูก แต่เกสเฮ้าส์เราต้องทำใจว่ามันจะห้องเล็ก คือเล็กมาก แถมห้องน้ำเป็นกระจก เห็นกันและกันไปอีก 5555 แต่เดินทางสะดวกแน่นอนครับ ใกล้รถไฟฟ้า Hongik ทางออก8 ใกล้ที่กิน ใกล้ผับ ใกล้ไปหมด

ย่านฮงอิกหรือฮงแดนี้ เหมาะกับคนชอบเที่ยวชอบกินในราคาย่อมเยาว์ครับ เพราะเป็นย่านมหาลัย ทุกอย่างจึงราคานักศึกษา

IMG_6918

ลงเครื่องมาคือหิวกันมาก มื้อแรกตอนเย็นของเรา จัดไปบุฟเฟ่ต์แซลม่อน  ย่านฮงแด หัวละ 14,900วอน หรือประมาณสี่ร้อยกว่าบาท คือมันดีมาก สดมาก ชิ้นใหญ่มาก มีเครื่องเคียงเป็นสลัดผัก ปลาหมึกทอด และพิซซ่าเกาหลี พนักงานเทคแคร์ดีหมดทุกร้านเลย ต้องรอคิวนิดนึง แต่คุ้มค่ามาก

IMG_6916

ร้านหน้าตาแบบนี้ อยู่ข้างล่าง Beer works ตรงวงเวียนเลยครับ หาไม่ยาก หาวงเวียนเจอเป็นอันว่าเจอ

IMG_6133

เสร็จแล้วก็เดินเล่นครับ นั่งรถไฟฟ้าไปลงเมียงดง ที่ๆทุกคนก็งง เวลาไม่รู้จะไปไหน ก็ไปเมียงดงก่อน คือของกินของขายแน่น คนเดินเยอะ ไปดรอปตัวเองที่นั่น แฟชั่นต่างๆก็ที่นี่แหละ ลงสถานีเมียงดงแล้วเดินตามคนหมู่มากไป ถึงแน่นอน

s 1

รองเท้าก็จะมีช้อปที่รวบรวมหลายแบรนด์ไว้ ของที่เมียงดงเยอะมาก มีครบแทบทุกแบบ มีไซส์ อยู่นานอาจจะเสียสติได้ ราคาไม่ได้ถูกกว่าครับ แต่เรียกว่ามีครบ ไม่ต้องแย่งกันแบบบ้านเรา

f 1

หอยอบชีส สตอเบอรี่สด รวมถึงของเสียบไม้ต่างๆ หาได้ทั่วไปที่เมียงดง สตอเบอรี่เกาหลีคือดี ต้องกิน มันใหญ่มากกกกก ใหญ่แล้วหวานด้วย ไม่หลอกดาวแบบบ้านเรา กินทุกวันจนสาแก่ใจ สิ่งที่ไม่แนะนำคือช็อกโกแลต พออากาศมันหนาวมากๆ ช็อคโกแลตฟีลลิ่งคล้ายก้อนหิน บาย  5555

ใครคิดว่ามาเกาหลี เครื่องสำอางต้องซื้อที่เมียงดงเท่านั้น ที่เมียงดงของแถมเยอะนู่นนี่ ตรงนี้บอกเลยว่าไม่ใช่อีกต่อไปแล้วครับ จากการไปเมียงดงทุกวัน และซื้อกันทุกที่ ที่ๆแถมเยอะและราคาถูก เดี๋ยวมาบอกใน Day 3 นะครัช

ขณะเดินเล่น อยากแนะนำให้ซื้อไอติม แล้วเดินเล่น คืออากาศมันหนาวมาก หนาวจนไอติมไม่ละลาย แล้วยังค่อยๆแข็งกลายเป็นแคร็กเกอร์ คือเดินๆไปหันมากิน อ้าวววว ไอติมมีความกรอบหวะ ฟีลลิ่งนี้จะไม่สามารถพบได้ในประเทศไทยแน่นอน

IMG_6923

เดินรอเวลา ใกล้ๆเที่ยงคืนก็กลับ เพราะรถไฟฟ้าหมดเที่ยงคืน และคืนนี้เราจะไปแดนซ์กัน!!

กลับสู่ที่พัก เปลี่ยนชุดเล็กน้อย แล้วเข้าร้านสะดวกซื้อ ซื้อโซจูกรอกปากกันเลยยยย ขวดขวาสีฟ้าอร่อยดีครับ รสชาติคือคาลพิสแล็กโตะที่มีแอลกอฮอล์เบาๆ ผสมกับโซจูรสส้ม คือพีค มันดี มันเมาแบบนุ่มนวล(คิดเอง)  โซจุนี่มีหลายรสมาก ส่วนตัวชอบพีชและส้ม ราคาก้ขวดละ45บาทเท่านั้น โซจูนี่ขอเตือนว่ากินคนเดียวอย่าเกิน3ขวด มิเช่นนั้นคุณอาจจะไม่ใช่คนเดิม

d 1

วันแรก เราไปกันที่ Cocoon ผับที่ดังเหลือเกินในไทย พิกัดคือรถไฟฟ้าสถานีฮงอิก ทางออก 9 แถวๆสนามเด็กเล่น ขึ้นเนินไปครับ เดินตามชาวบ้านไป จริงๆเต้เห็นผับอื่นที่วัยรุ่นเกาหลีต่อแถวยาวมาก ยาวกว่าโคคูนอีก เดี๋ยวมาบอกใน Day3

D 2

ถ้ามีการยิงเปเปอร์ชู๊ท แปลว่าตี4แล้ว ผับที่นี่ปิด6โมง คนเยอะสุดช่วงตี3เป้นต้นไป และช่วงตี4จะมีการเปลี่ยนดีเจให้มันส์ขึ้น ทำนองนั้น(เดาเอา) โคคูนผับ เต้ว่าเหมาะกับผู้หญิงมากกว่าNB2นะ เพราช่วงตีสามตีสี่จะมีอปป้าที่ตอนแรกขายเหล้าที่เคาว์เตอร์ จะพากันถอดเสื้อ(ขาว เนียน ซิกแพคแน่น) ขึ้นมาเต้นตามเสา พร้อมถือขวดเหล้าไปกรอกปากคนในผับให้พีคยิ่งขึ้น  นี่ก็วิ่งไปจะกินเหล้าฟรี พี่พงษ์สะกิดแรง”เค้ากรอกแต่ปากผู้หญิงอ่ะเต้” -“- เออ จำไว้

หน้าหนาวก็เอาเสื้อโค้ทไปฝากได้ที่ชั้นล่างของผับ ไม่หายไม่เกะกะด้วยครับ ค่าฝาก90บาท

อ่อ มีทริกสำหรับคนชอบเที่ยวกลางคืนครับ

IMG_6713

ใครขาแดนซ์แบบเรา แนะนำว่าให้จองตั๋วไปช่วงสิ้นเดือน เพราะทุกศุกร์หรือเสาร์สุดท้ายของเดือน เค้าจะมีวัน Club tour หรือวัน Club day คือปกติค่าเข้า300บาท/ผับ แต่วันนี้นั้น ซื้อตั๋ว 600บาท แต่เข้าได้ร่วม10ผับ คือทัวร์ทุกผับไปเล๊ยยย  แถมมีวัน Lady day ผู้หญิงเข้าฟรี แถวฟรีดริ้งด้วยยยย เกิดเป็นสตรีที่เป็นประชากรส่วนน้อยของเกาหลีนี่มันดีเนอะ

และๆๆ ตอนรอเข้าผับ ให้พกแบงค์หมื่นวอนไว้พอ เตรียมเงินให้พอดี อย่าหยิบออกมาเกิน คืออีคนเก็บค่าบัตรพอนางเห็นเราเป็นนักท่องเที่ยว มันเอาตังเราไปหมดเลยจ้าาา แล้วบอกแบบมึนๆว่าที่เหลือค่าทิป ทิปพ่_ง!!

 

ออกจากผับกันมาตี 5 เมากันกำลังดี หิวสิครับ หน้าผับจะมีร้านเต๊นแดงๆอาจุมม่าอยู่ ไม้ละ30บาท ความพีคอยู่ตรงน้ำซุปร้อนๆ กินตอนเมาและอากาศติดลบนี่มันอร่อยมากกกก เติมได้เรื่อยๆ เดินกลับที่พักแบบพริ้วๆ

d 3

นมเกาหลีตัวนี้แนะนำ เป็นนมมะม่วงวานิลลา คือประเทศที่ปลูกมะม่วงได้แบบไทยเราควรทำบ้าง เพื่อนเกาหลีแนะนำให้กินนมก่อนนอน ตื่นมาจะไม่แฮงค์มาก นี่ก็ทำไปงั้นๆ เออมันไม่แฮงค์หวะ จบวันนี้ไปด้วยอาการมึนและมึน

 

…………………………………………………………………………………………………………………………

Day 2  วัน The Face Thailand

เนื่องจากทริปนี้เราต้องมีรูปที่ดีที่สุด แต่เมื่อวานเพลียจากการนั่งเครื่อง ไม่มีใครเล่นด้วย เอาหละ วันนี้จัดเต็ม แน่นทุกโปรแกรม

 

เช้านี้เริ่มที่อาหาร อาหารง่ายๆ ราคาถูก แล้วอร่อย หาได้ตาม subway ครับ ข้าวห่อสาหร่าย หรือคิมบับ เป็นอาหารราคาถูก อร่อย แล้วมีขายทั่วไป 30 บาทเท่านั้น น้ำซุปฟรี หรือจะเป็นแซลม่อนห่อข้าวก็แค่60บาทเท่านั้น อิ่มชัวร์ ที่นี่เค้าเน้นข้าวกันครับ กาแฟตาม Subway ก็แก้วละประมาณ 60 บาท การใช้ชีวิตที่เกาหลีถือว่าถูกครับ

d21

ทานเสร็จเราก็มุ่งหน้าไปที่โซลทาวเวอร์ เพื่อขึ้นไปชมวิวสวยๆกัน

ขึ้นรถไฟฟ้าไปกันเลย

 

IMG_6929

นี่ท่ายืนรอรถไฟฟ้า เว่อร์อะไรเบอร์นี้ หากคิดว่าเรานั้นแต่งตัวเว่อร์ บอกเลยว่าเค้าเว่อร์กันทั้งประเทศ มาที่นี่ถ้าอยากเนียนเป็นอปป้า แนะนำให้ใส่โทนสีขาว/เทา/ดำ/ครีม/น้ำเงิน/น้ำตาล ไอ้บิวเดินถนนอยู่หันมาถาม”เค้าไปงานศพกันหรอวะพี่” 55555 คือทั้งถนนทุกคนใส่สีดำ เราเป็นตัวแทนจากประเทศไทย เราจะไม่ยอมแพ้ เราต้องแน่น

IMG_6990IMG_6335

การไปโซลทาวเวอร์นั้นง่ายมาก นั่งรถไฟฟ้ามาลงสถานีเมียงดง ทางออก 3 แล้วเข้ามาทางซอย Pacific Hotel มาเรื่อยๆเลย จะมีป้ายบอก จริงๆไปโดยรถเมล์ก็สะดวกครับ แต่รอบนี้เต้อยากนั่งกระเช้า กระเช้าไป-กลับ ราคา 8,000 วอน หรือ 240 บาทเท่านั้น

d22

ระหว่างทางเดินมาก็สวยงาม อากาศดีมากๆ เดินได้ทั้งวัน

IMG_6997

มาถึงข้างบน แน่นอน ต้องถ่ายรูป ภาพนี่เต้ไม่แต่งสีเลยครับ บรรยากาศ แสงต่างๆ มันดีมากๆ มีความละมุนโดยธรรมชาติ

IMG_6974 IMG_6980

วิวที่นี่สวยมาก คู่รักมากันแน่น

มาต่อกันที่ Line cafe หรือ ไลน์คาเฟ่ มาเกาหลีแล้วไม่มาเหมือนมาไม่ถึง เต้มาที่สาขา สถานีรถไฟฟ้า Sinsa ออกทางออกที่ 8 เดินตรงไปเรื่อยๆ มองชื่อซอย Garosu-gil หัวมุมเป็นร้าน It’s skin เลี้ยวไปโลด (ตอนนี้มีเปิดสาขาที่เมียงดงแล้ว)

ร้านน่ารักมากกกกกกก สามารถหลงอยู่ในนี้ได้เป็นชั่วโมง มันน่ารักไปหมด

สิ่งที่อยากแนะนำให้ซื้อ คือปากกาครับ เขียนดีมาก ราคาเบาๆ ร้อยเดียวเท่านั้น ซื้อมาฝากเพื่อนตรึม

d26

ในส่วนของขนมก็ทำออกมาได้น่ารัก เรียกว่าซื้อมาถ่ายรูปก็คุ้มเว้ย 5555 ไม่ใช่แค่เราที่เห่อ คนเกาหลีเองก็ต่อแถวถ่ายรูปไม่แพ้กัน

d25

ออกมาจากร้านแบบหมดไปหลายตัง เราต้องหยุด เพราะเราตังหมด เพราะเราหิว และฟ้ามืดแล้ว

IMG_6443

ตอนเดินกลับ ฟ้าเข้าข้างเราอีกแล้ว แบรนด์ it’s skin ที่ใช้อยู่ ลด 20%-50% เอ้ามันต้องซื้อ ไลน์ที่สกัดจากยีสและพิษงู ใช้ดีมากครับ แนะนำเลย ไปเกาหลีนี่ถูกแบบซื้อยกแพคไปเหอะ ขวดละ300บาทโดยประมาณ ได้น้ำตบยีสแบบลด 50% มา ฟินมาก  เครื่องสำอางเกาหลีผู้ชายควรซื้ออะไร เดี๋ยวมาบอก

d27

 

กลับมาสู่ที่พัก และ บุฟเฟ่ต์!! เต้แนะนำร้านนี้มากๆ มากแบบมากที่สุด

IMG_6414บุฟเฟ่ต์หมูย่าง คนละ 10,000 วอน หรือ 300บาท!! เธ๊อออ สยามก็ทำไม่ได้ ชื่อร้านนางเป็นภาษาเกาหลี แต่หาไม่ยากครับ เต้ตามรอยจากหลายๆเพจมา อยู่ข้างๆร้านเจมส์(ซี่โครงหมูจิ้มชีส) มันดีงามมากในราคาแค่นี้ ฟรีผักเครื่องเคียงต่างๆครบ อาจุมม่าคอยเปลี่ยนกระทะให้ตลอด มีซุปให้ด้วย1ถ้วย ผักที่เกาหลีนี่สดและฟรีทุกร้าน คนชอบกินพืชแบบเรานี่ฟินสุดๆ

IMG_7026

รอบแรกเค้าจะเอาเนื้อมาให้ทุกแบบ เราเลือกแพคเกจราคาได้ ทีนี้ต้องเอาถาดเนื้อไปขอเติมเอง บริการผักเอง ทำตามชาวบ้านไป คือพอเค้ามาเสิร์ฟ เต้แนะนำให้เราถ่ายรูปทุกถาดที่เค้าเสิร์ฟไว้ อันไหนอร่อย เวลาไปเติมก็เปิดรูปเนื้อตัวนั้นให้เค้าดู แล้วชี้ๆๆ จะได้ไม่ใบ้กินเวลาสั่ง

จบจากหมู ไปเปลี่ยนชุด เคลียร์กลิ่นหมู แล้วเที่ยวต่อสิครัช

ขณะเดินหาผับ เจอไก่ทอด มาเกาหลีไม่กินไก่ทอดเหมือนมาไม่ถึง ร้านนี้มีคนแนะนำในเพจ เป็นไก่ทอดราดชีส มี3ไซส์ S M L เต้สั่งไซส์ M ราดชีส ราคาไม่แน่ใจ แต่พี่แกราดชีสมาแบบแน่นมาก กำลังสงสัยว่าชีสที่เกาหลีมันถูกหรือไงฟะ ทุกร้านคือราดแบบท่วม ไก่กรอบๆ เอาลงมาผัดซอสให้ใหม่ๆ มีต๊อกด้วย ถ้วยนึงกินคนเดียวไม่หมดแน่นอน เดินไปกินไป แล้วแวะซื้อเบียร์มาจิบ ฟินระดับ10

d23

เดินเล่นจนสาแก่ใจ ได้เวลาเข้าผับแล้วววว สายปาร์ตี้สุดสตรองอย่างเรา แนะนำให้เข้าช่วงเที่ยงคืน จะไม่เหงา นี่เคยไปตอนสี่ทุ่ม ผีหลอกมากๆเธอ

คืนนี้มาที่ NB2 ใกล้ๆโคคูนผับนั่นแหละ อยู่ข้างล่างสนามเด็กเล่นเลย ข้างๆมีมินิมาร์ท ไปซดโซจูรอได้

ขอบอกว่าส่วนตัวชอบ NB2มากกว่า ด้วยดนตรีต่างๆ รูปแบบสถานที่ แถวอาจจะยาวไปนิด แต่รันคิวเร็วกว่าไปต่อแถวแทรชเชอร์แน่นอน ทุกคนล้วนดื่มมาแล้ว หน้าแดงเสียงดังกันเป้นปกติ ที่นี่ไม่มีการโกงค่าบัตร มีริชแบนให้ที่ข้อมือ ระบบการฝากกระเป่าต่างๆก็รัดกุม เพลงนี่แนวเรามากๆ พื้นที่มีประมาณสามชั้น จะแดนซ์ชั้นไหนจัดเลย บอกไม่ถูก แต่ชอบกว่าโคคูนมาก ออกมาจากผับมีกลิ่นบุหรี่ติดตัวเหมือนสูบเอง

d24

เต้นๆไปสักพัก แอลกอฮอล์หมดร่าง วิ่งออกมาร้านมินิมาร์ทข้างๆผับ เติมแอลฯกันหน่อย ออกมาแบบไม่ได้เอาเสื้อโค้ทออกมา คุณเอ้ยยยย หนาวถึงใจ กรอกโซจูเข้าปาก พร้อมซื้อบะหมี่มา1ถ้วย

บะหมี่นั้นไม่ควรซื้อมากๆ เนื่องจากอากาศติดลบ พอเอาออกมาจากร้าน บะหมี่ทั้งถ้วยจะถูกสต๊าฟทันที และไม่ร้อนอีกต่อไปปปป 555555

12654575_10207090979611202_1500567529904560518_n

เบียร์เกาหลี  เต้แนะนำตัวนี้ พึ่งออกใหม่ หลังจากลองมาครึ่งตู้ มันมีความละมุนแบบครีมมี่เบาๆ นุ่มลื้มมม เป็น malt beer ที่โอเคมาก กระป๋องยาวไซส์500ml. ราคา 2,500วอน หรือราวๆ75บาท เขาเครมว่าเป็นเบียร์ระดับพรีเมี่ยมด้วย ความพีคคือมันมีไซส์ลิตรครึ่งด้วยนะ บรรจุขวดพาสติกแบบขวดโค้กลิตรบ้านเรานั่นแหละ ดื่มแกล้มกับช็อกโกแลตละมุนหอมดีมาก อร่อยอ่าาาา ขาดื่มต้องลอง

 

เอาหละ วันนี้ขอพอแค่นี้ เดี๋ยวมาต่อ Day3 และ Day4 ซึ่งพีคไม่แพ้กัน  วันนี้ต้องรีบไปปาร์ตี้ก่อน เพื่อนจองโต๊ะไว้แล้ว เดี๋ยวไปเอาโต๊ะไม่ทัน 5555555

เอาตัวอย่างคลิป และรูป Day 3 มาฝาก อดใจรอกันสักครู่ครัช

สิ่งที่จะได้พบในตอนหน้า

  • แหล่งช้อปเครื่องสำอางราคาถูก
  • เคล็ดลับหน้าใสของคนเกาหลี มาร์กหน้าที่ควรซื้อ
  • ฮานึลปาร์ค สวนดอกหญ้าในตำนาน
  • วิธีดูแลผิวท่ามกลางอากาศติดลบ
  • ถนนคนเดินคืนวันศุกร์เสาร์ที่ฮงแด

0002-1

ดูคลิปที่นี่

 

 

 

1028 มาส์กหน้าเงาใน 10 นาที

สวัสดีครับ เจอกันอีกแล้ว และงานหน้าเงาก็มาอีกแล้ว(ฮ่า) เดือนนี้จะมาบ่อยเป็นพิเศษ   วันนี้เต้มีมาส์กมาแนะนำ เห็นลดราคาอยู่ สอยซะเลย มาส์กหน้าเงา มาส์กแล้วผิวฉ่ำผิวโกลวทันที ไม่โม้นะเออ ไม่มีใครจ้าง ใช้แล้วชอบก็อยากมาบอกต่อกันครับ มีภาพประกอบระดับ HD

มาส์กตัวนี้ก็คือ 1028 Moisture Booster Activating Mask นั่นเอง แบรนด์สัญชาติไต้หวัน ที่กำลังดังในไทยตอนนี้ครับ ไต้หวันมีมาส์กดังๆหลายตัวเลย 1028 เค้ายังมีกันแดด เบส แป้ง อีกหลายตัวที่น่าสนใจ ไว้เต้ลองแล้วจะมาบอกครับ

IMG_8725-001

ภาพนี้คือหลังจากมาส์กไปแล้ว ส่วนตัวเต้ ปัญหาที่มีคือผิวจะแดงๆ ถ้าพักผ่อนไม่เพียงพอ จะมีสิวบ้าง สภาพผิวแพ้ง่ายและผิวมันครับ

เอาหละ มารู้จักมาส์กตัวนี้กันคร่าวๆ ปีนี้เต้ได้ลองมาส์กเยอะมาก และตัวนี้เป็น 1 ใน 3 ตัว ที่เต้ชอบที่สุด (ถ่ายกับซองที่ฉีกแล้ว การันตีว่าใช้จริงๆ 5555 )

IMG_8709-001

มาส์ก 1028 Moisture Booster Activating Mask ดีอย่างไร เต้แบ่งเป็น 3 ข้อหลักๆ
1. แผ่นมาส์กแนบสนิทกับผิว บางแนบสนิทที่สุด เก็บช่วงแก้ม จมูก หน้าผาก ได้ครบ ใครหน้าใหญ่หน้ายาวแบบเราไม่ต้องห่วง และด้วยแผ่นมาส์กเป็นผ้าไหมนาโน จึงช่วยไล่อากาศ ทำให้แผ่นมาส์กแนบชิดไปกับใบหน้าแบบก้มแล้วไม่ร่วงนะ มาส์กแล้วเก็บกวาดห้องไปพลางๆได้ ไม่ต้องมาคอยเงยหน้ากันร่วง
2. เนื้อ Essence ซึมเร็วดีครับ สัก 10 นาทีก็เอาแผ่นมาร์กออกแล้วนวดๆตบๆที่หน้า หลังใช้ผิวดูสดใสขึ้นทันที และชุ่มชื้นสดใสยาวนานไปกว่า 3 ชั่วโมง
3. การกักเก็บความชุ่มชื้น พอเนื้อ essence แห้งแล้ว จะเป็นเนื้อฟิล์มเงาๆเคลือบผิวอยู่ ซึ่งช่วยกักเก็บความความชุ่มชื้น และฟิล์มบางๆนี้แหละที่เด็ด ช่วยให้ผิวดูเงา และรู้สึกว่าผิวมันดูใส และเหมือนเบลอรูขุมขนเราไปด้วย เราะผิวดูฟูขึ้นเลยครับ

ส่วนตัวเต้ชอบเอฟเฟคหลังใช้ ที่ผิวจะดูใส เงาวาว แต่ไม่มันนะ แห้งเป็นฟิล์มเคลือบหน้าไปเลย คิดว่าน่าจะมีหลายคนที่เวลามาส์กหน้า จะเทครีมที่เหลือๆในซองมาทาแขนทาขาด้วย สำหรับมาร์กตัวนี้เต้ขอบอกว่าอย่าทำ เพราะพอแห้งแล้วจะกลายเป็นฟิล์มบางๆเคลือบผิวอยู่ ขนแขนจะเสียทรงได้(ฮ่าๆ อันนี้จริงนะยู) เคยเอากาวน้ำทาแขนเล่นมั้ย  คล้าย

 

เปรียบเทียบกันหน่อย ร่องหน้าผาก ร่องแก้ม ดูตื้นดูฟูขึ้นเล็กน้อย รูขุมขนนี่ชัดเจนสุดว่าดูเบลอๆดูกระชับขึ้น ส่วนแดงๆก็ดูสดใสขึ้น

IMG_8564-002

รูป Before ตอนแรกเป็นเสื้อเชิ๊ต แต่เนื่องจากกลัวเลอะ จะใส่ไปงานต่อ เลยเปลี่ยนเสื้อนะ ถ่ายวันเดียวกันจ้า

ซูมความเงาของฟิล์มที่เคลือบหน้ากันชัดๆสิ๊

IMG_8732-002

*การมาร์กหน้า ควรมาส์กเมื่อไหร่
มาส์กได้บ่อยๆครับ สามสี่วันครั้งกำลังดี  ส่วนตัวเต้จะมาส์กตอนกลางคืน หรือวันเสาร์อาทิตย์หลังกลับมาจากฟิตเนส ผิวที่มันล้า โดนสภาพอากาศ มลภาวะต่างๆทำร้าย หรือแม้แต่เมคอัพที่เราใช้ คลีนซิ่งที่เราเช็ดต่างๆ ที่มารบกวนผิวบ่อยๆ บางทีผิวมันแห้งจากข้างใน เพราะล้างบ่อย เสียดสีบ่อย มันไม่สปริงตัว การมาส์กจะช่วยบำรุงให้ความชุ่มชื้นแบบเข้มข้น เติมน้ำเติมความชุ่มชื้น แต่ๆๆ ถ้าสกินแคร์ที่เราใช้นั้นดีงามแล้ว ชุ่มชื้นพอตัว เราก็ไม่ต้องมาส์กมันทุกวันก็ได้ หลังๆเต้จะมาส์กหน้าบ่อยมาก ติดมาจากเพื่อนชาวเกาหลี เห็นเค้าผิวดีผิวฉ่ำ แม้อากาศจะหนาวมากกกกก ถามไถ่ได้ความว่านางมาส์กกันแทบทุกวันนะเออ  ใครอยากจะบูสท์ผิว ได้ความชุ่มชื้นสดใสแบบเร่งด่วน เต้ว่า 1028 เค้าทำได้ดี

ราคา 329 บาท มี 3 แผ่น
เต้ซื้อที่วัตสันครับ หรือสั่งที่ Lazada ก็สะดวกดีครับ ล่าสุด konvy ก็มีขายแล้วนะ พร้อมโปรดีๆ ลุย!!

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆที่สนใจนะครับ เจอกันใหม่รอบหน้า ใครสนใจอยากให้ทำอะไร รีเควทได้น้า

 

เลิฟ

ลาเต้

 

 

เมคอัพผิวฉ่ำ แบบพระเอกซีรี่ย์

สวัสดีท่านผู้ชมจากทางบ้านทุกท่าน(เว่อร์ไปอีก) วันนี้ขอมาแชร์ฮาวทู แต่งหน้างานผิวแบบโนฟิลเตอร์ เป็นลุคประจำของปีนี้ครับ(จริงๆผู้ชายก็มีไม่กี่ลุคเนอะ)

เอาหละ ไม่พูดเยอะมาก เต้ขอเข้าเรื่องเลย วันนี้ขอนำเสนอฮาวทู “งานผิวฉ่ำ แบบพระเอกซีรี่ย์” หรือเมคอัพแบบผิวๆ  Natural Look

pre-img_84972

ฮาวทูนี้เกิดจากการเร้าหรือจากเพื่อนชาย ย้ำว่าเพื่อนชายแท้ๆ ดูซีรี่ย์เกาหลีแล้วเกิดความอิน มีความคัน อยากจะผิวฉ่ำเงาแบบพระเอกเกาหลี เออ ลุคนี้เราก็กำลังอิน กับการเผยผิว พระเอกเค้าหน้าฉ่ำเงากันแม้อากาศจะติดลบ บ้านเราก็เข้าหน้าหนาวแบบปลอมๆพอดี จึงเกิดเป็นฮาวทูนี้ครับ

อินสไปร์มาจาก จีซองจุน จากซีรี่ย์เรื่อง She was Pretty น่าร้ากกกกก (ชูป้ายไฟ)

tumblr_nn6jq4qzky1u20wb7o1_12801

ก่อนเมคอัพ เต้มีทริกการบำรุงผิวฉบับเร่งด่วนมาฝาก ขอโชว์ข้าวของเครื่องใช้ ว่าใช้อะไรบ้าง ทั้งสกินแคร์และเมคอัพนะครับ
สกินแคร์มาแน่น เริ่มที่การบำรุงผิวเลย *สภาพผิวเต้ มันถึงมันมาก รูขุมขนกว้าง มีรอยแดงนิดหน่อย

skincare-001

1. ลงโทนเนอร์หรือน้ำตบ เพื่อปรับสภาพผิวให้สดชื่น สดใส เต้ใช้ oguma whitening toning young spray เป็นน้ำตบราคาแปดร้อย ที่ช่วยให้ผิวใสขึ้นในสองสัปดาห์ ผิวแพ้ง่ายใช้ได้ ให้ความชุ่มชื้นด้วยหละ

2. ทาครีมบำรุง ส่วนตัวชอบเนื้อแบบเอสเซ้น เต้ใช้ SK-II essential power essence ตัวนี้ลองใช้มา2ขวด(3เดือนเว้น3เดือน) รอยแดง รูขุมขน ความage มันดีขึ้น เราไม่ต้องรอแก่ก่อนแล้วค่อยใช้ anti-age กันไว้ดีกว่าแก้ สิ่งนี้ราคาแรงอยู่ แต่ขวดนึงนี่ใช้ได้เกือบสามเดือน(50ml.) และมันช่วยผิวเราได้จริงๆ ใช้สลับกับหลายๆแบรนด์ ปีละ2ขวดพอ เป็นหมื่นละเนอะ(5555)

3. ฉีดน้ำแร่ลงไป เพื่อช่วยให้ครีมบำรุงต่างๆซึมลงผิวได้ดีขึ้น ตบๆแตะๆเบาๆจนแห้งคามือ เต้ใช้ oguma ion exchanger 1-7-3 treatment ส่วนตัวรู้สึกชุ่มชื่นกว่ารุ่นขวดสีน้ำเงิน เป็นสเปรย์น้ำแร่ยี่ห้อเดียวที่รู้สึกว่าฉีดเวลาเป็นสิวแล้วสิวหายเร็ว

4. มาถึงไฮไลท์ สำหรับ Sleeping mask งงหละสิ มาทาอะไรตอนกลางวัน ได้ทริกมากจากน้องดุ๋ย (duiiduii) ส่วนตัวรู้สึกว่างานเมคอัพผิวๆ เราต้องการความฟูความเงาของผิว ลงไปเลยครับ ปาดไปทั่วหน้า ใช้แบบเจลใสนะเวลาซึมจะได้ไม่เป็นคราบ เต้ใช้ของ Sephora Sleeping Mask รุ่น orchid ช่วยเรื่องริ้วรอย

*มาร์กก่อนนอนด้วยก็ดีครับ ตื่นมาดีงามมาก ผิวที่แดงๆก็ดีขึ้น ชุ่มชื้นสุดๆ

5. ตบท้ายด้วยริมฝีปาก เคยตื่นมาแล้วปากแห้งมั้ย จะหน้าเงาสุขภาพดีแต่ปากแห้งซีดก็ไม่โอเค เต้ใช้ Baby oil จาก Provamed 1หยด นวดๆที่ปาก1นาที แล้วตามด้วยลิปมันเภสัชบางๆ ชมพูระเรื่อธรรมชาติลื้มมมม เป็นวิธีแก้ปากแห้งแบบเร่งด่วนของเต้นะเออ

 

skincare-011

จบ เป็นการบำรุงผิวก่อนแต่งหน้าที่ดูยุ่งยากกว่าเมคอัพซะอีก แต่ผิวจะดูเป็นผิวที่สุขภาพดีสุดๆเลยคุณผู้ชม ขอให้เชื่อ

skincare-img_8351-0021

ระหว่างรอ Sleeping mask ซึม เราสามารถทำผมฆ่าเวลาได้ ขอให้เปิดแอร์ไปด้วย จะได้ซึมเร็วๆ พอซึมแล้วก็ฉีดสเปรย์น้ำแร่อีกรอบ ตบๆทั่วหน้าให้ความหนึบหายไป

เอาหละ ผิวฉ่ำพร้อมสำหรับเมคอัพแล้ว ลุยต่อโลด

1. เริ่มจากรองพื้น เพื่อปรับผิวสีสม่ำเสมอ

foundation-img_83661

ภาพนี้เต้ลงรองพื้นแล้ว สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น ทาทั่วหน้าโดยใช้นิ้วกดๆหรือฟองน้ำดีกว่าแปรง เพราะผิวมีความฉ่ำและหนึบอยู่เบาๆ ส่วนที่จะลงเฉดดิ้งก็ไม่ต้องลงเยอะครับ แนะนำให้ใช้เป็นแบบลิควิดหรือครีม แบบเนื้อซิลิโคนลืมปได้เลย เพราะมันจะเป็นคราบมากๆ ซิลิโคนเบสก็ห้ามนะตัวเอง เต้ใช้ Estee Lauder perfectionist foundation ตัวนี้เนื้อบางเบา มีความฉ่ำแบบไม่มีกริตเตอร์ ดูผิวๆแต่มีการปกปิดในระดับ light to medium

2. ต่อด้วย ไฮไลท์ที่ช่วยให้ผิวดูฉ่ำ เต้ใช้ cushion ด้วยคุณสมบัติคือให้ผิวดูเงาแบบสุขภาพดีแบบไม่มีกริตเตอร์

hera-011

ลงในส่วน หน้าผาก สันจมูก เหนือปาก คาง และโหนกแก้ม ใช้พัฟกดๆย้ำๆ เต้ใช้ hera uv mist cushion ที่ขึ้นชื่อเรื่องความติดทน เงาวาว และสีไม่ดรอป แอบสว่างกว่าผิวไปนิด เลยเอามาลงเป็นไฮไลท์

 

3. ไฮไลท์ซ้ำ ที่บอกว่าซ้ำเพราะลงอีกรอบ แต่รอบนี้ใช้เป็นไฮไลท์เนื้อครีม สีส้มๆเงินๆทองๆ สีมันสวยมาก บอกไม่ถูก

benefit-0011

เต้ใช้ Benefit Wht’s up ปาดที่แขนก่อน อย่าปาดที่หน้า แล้วแตะๆจากแขนมาลงบนหน้า เพื่อกันพลาด เดี๋ยวจะหน้าเงินเป็นรูปปั้นเกิน ลงแค่ส่วนที่แสงตกกระทบ เบาๆ ย้ำ เบาๆ สันจมูก โหนกแก้ม คาง เหลือติดนิ้วก็ค่อยไปแท็บๆที่หน้าผาก

 

4. ลงแป้งฝุ่น

loose-powder-img_84031

เต้ใช้ Puff-It-Up Vitamin Loose Powder จาก Flawless Me แป้งฝุ่นตัวนี้ทาแล้วหน้าเงาเบาๆ มีความเป็นกริตเตอร์ที่ละเอียดมากๆ คุณสมบัตรช่วยกระจายแสง ลงเบาๆทั่วหน้า สังเกตรูปนี้ผิวเงาเบาๆแบบไม่มัน

 

5/6/7 เฉดดิ้ง + คิ้ว

shade-blow-img_84391

เฉดดิ้ง เต้ใช้แป้งผสมรองพื้นเนื้อแมท ที่สีเข้มกว่าผิว2เฉด ให้ลุคที่บางเบากว่า เนื่องจากเฉดดิ้งที่วางขายนั้น สีแรงมาก ไม่ธรรมชาติ และรู้สึกว่าแป้งนั้นเบลนได้ง่ายกว่า เต้ใช้แป้งของ Sephora – 8 HR Mattifying Compact Foundation แป้งแบรนด์นี้ดีที่สีโทนเหลืองค่อนข้างเยอะ ลงบริเวณกรอบหน้า สันจมูก ขมับ และเหนียง แนะนำเฉดดิ้งที่มีความแมท ไม่มันวาว จะดูจริงกว่า เรียวกว่า

คิ้ว ใช้แปรงลงแบบฝุ่นเบาๆ เบามากๆ เบาแบบเบาได้อีก ลงแค่ช่วงหางพอ ผู้ชายส่วนใหญ่คิ้วเข้มอยู่แล้ว ห้ามใช้ดินสอลงหางคมๆหรือวาดโครงเป็นหลังคานะเออ ขอให้ใช้แปรงปัดให้เบลอๆ แล้วทับมาสคาร่าใสสำหรับคนมีคิ้ว และมาสคาร่าสีน้ำตาลดำสำหรับคนคิ้วบาง การปัดมาสคาร่าคิ้ว จะช่วยจัดทรงให้โครงหน้าเราดูมีระเบียบเนี๊ยบยิ่งขึ้น
เรียบร้อย ใครรู้สึกว่าหน้ายังเงาไม่พออีก แนะนำสเปรย์พ่นหน้าเงา มีหลายแบรนด์ให้เลือกสรรค์ ส่วนตัวเคยพ่นไปเจอเพื่อน แล้วเพื่อนยื่นกระดาษซับมันมาให้ โอเค เลิกกกกกก

จบปิ๊ง มาสู่การเซ็ทผม

fn-img_84811

 

คือเทรนด์ผมตอนนี้ มีทั้งเว็ทลุค แสกกลาง ไดร์โวลลุ่มพองๆ
วันนี้เต้จะเซ็ทให้มีความเซอร์นิดๆ ปาดเจลเก็บข้าง แล้วเสยแบบไม่ต้องตึงมาก การเสยผมขึ้นนั้น จะช่วยให้หน้าเราดูยาวขึ้นทันที ปล่อยด้านข้างเล็กน้อยให้ดูไม่ตั้งใจ และปิดความเถิกของเรา แฮ่

แต่งหน้าแล้วก็ต้องถ่ายรูป ถ้ามีท่านอนแปลว่าเต้ตัวจริง

หวังว่าจะชอบกันนะครับ

fn-0011

fn-img_85211

 

ภาพนี้ผ่านไป 4 ชั่วโมง ผ่านการเดินห้าง เดินเขตร้อนเหงื่อออก กินส้มตำ เหงื่อแตก มีการซับหน้า2ครั้ง สภาพดังรูป

fn-img_8539-800w1

 

สุดท้ายนี้ เต้อยากฝากให้เน้นการบำรุงผิวให้ดีก่อน เมื่อก่อนบ้าซื้อเมคอัพมาก พอผิวไม่ดีก็ปิดหนาขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เอาเงินมาซื้อสกินแคร์ ทำทรีตเม้นต์หน้าอัดวิตามินทุก2สัปดาห์ ค่อยๆดีขึ้นตามสภาพ การออกกำลังกายและการทานช่วยได้มากจริงๆ ใครที่เคยเห็นกัน จะรู้ว่าเมื่อก่อนเราก็มีจุดนั้น จุดที่ไม่มั่นใจ จุดที่ผิวพรรณมันแย่ แก่กว่าวัย โดนล้อทีก็เจ็บเหมือนกัน สู้ต่อไป อย่าถอย!!

 

สามารถติดตามทริกต่างๆ รวมถึงเรื่องกิน เที่ยว ช้อปปิ้ง ได้ที่เพจลาเต้นะครับ เพียบ!! ลาเต้แฟนเพจ

ลาแล้ววันนี้ เจอกันอีกที My Favorite 2015

ด้วยรักนะยู

ลาเต้