3 อปป้า พา ฟิน อิน เกาหลี (ตอน2)

อปป้า พา ฟิน อิน เกาหลี (ตอน2) ภาคจบ

กลับมาแล้ว ขออภัย สัญญาว่าจะมาวันศุกร์ แล้วยังไง…. เที่ยวเพลินไง ลืมสัญญากับน้องนางชาวบล็อก เมาจนจำรหัสเข้าบล็อกตัวเองไม่ได้ 55555  กลับมาแล้วครัช สำหรับ Day 3  และ Day 4 ที่ทุกคนรอคอย (ทุกคนมั้ยนะ 555) เต้ต้องขอบคุณทุกคนมาก มาก ๆ จริงจัง คือบล็อกเต้มีคนแชร์เยอะมาก มากแบบเห้ย ขอบคุณมากครับ แซวได้อะไรได้ไม่โกรธเคือง ยังไงฝากแฟนเพจไว้แล้วกัน แฟนเพจLathae มีคนสนใจเรื่องสกินแคร์เยอะมาก จะพยายามอัพเดตบ่อยๆครับ สัญญต่อหน้าแป้นพิมพ์

 

เอาหละ ความเดิมตอนที่แล้วคือ Day 2 เราพังยับเยินกันไปที่ NB2 ใครได้ดูคลิปในแฟนเพจมา จะทราบว่า เมาเละและคำหยาบเพียบ ไม่ควรลงซ้ำ 55555 เสียสติหนัก ขากลับมีพี่พงษ์เดินนำทางอย่างมีสติเพียงผู้เดียว

ฝากร้าน 3 อปป้าชุดดำ  Instagram ทั้ง 3 อปป้า Lathae, Berubill, plaaakapong  ไปตามกันได้ ล่าสุดอปป้าบิวเป็นโมเดลพึ่งออกทีวีไป เผื่อใครติดใจ, อปป้าพงษ์เป็นครูสอนดนตรี คลาริเน็ต, อปป้าเต้นั้นเป็นมาร์เก็ตติ้งครับ

 

Day 3

เริ่มวันนี้ทั้ง 3 อปป้า เรานัดกันในธีมสีดำ ใครไม่ใส่ชุดดำจะโหวตออก ซึ่งทุกคนให้ความร่วมมืออย่างดีครับ สีดำช่วยให้เรามีความเนียนเป็นอปป้า เพราะทั้งถนนล้วนแต่งสีดำ

IMG_6608

ลุย!! เราเดินไปหาร้านขนมกัน วันนี้เราตื่นสายเช่นเคย เพราะนอนกันเกือบหกโมง

ใครที่ชื่นชอบขนมหวาน โยเกิร์ต กาแฟ แบบที่หวานกำลังดี ไม่หวานมาก แนะนำร้านนี้ครับ ร้าน’YOGER PRESSO’ อยู่สถานีรถไฟฟ้าฮงอิก ทางออก 3 เดินตรงไปเรื่อยๆ จนเจอแยกถนนใหญ่ ร้านอยู่ซ้ายมือติดแยกไฟแดง ติดถนนเลย

IMG_7028

12642659_10153301100840913_6866949340442644038_n

IMG_7021

นั่งติดถนนถ่ายรูปเก๋ๆ คนเกาหลีเค้าไปนั่งในร้านหมด เพราะมันหนาว เรานี่นั่งฟันแห้งให้ลมพัดท่ามกลาง0องศากันแบบสตรองมาก

12695130_10153308226285913_248482365_o

ความดีงามของร้านนี้คือ เค้ามิกซ์ความเป็นโยเกิร์ตได้กำลังดี ชี้ๆเลือกที่เคาว์เตอร์ได้ มีรูป ท็อปปิ้งบราวนี่ สตอเบอรี่ หรือชีสเค้กโยเกิร์ตที่เต้สั่ง คือเป็นแก้วละ200ที่คุ้มมาก เพราะเครื่องแน่น อิ่มแบบกินไม่หมด ที่สำคัญ มีออกมาเฉพาะช่วง Winter ข้างล่างเป็นสมูทตี้ช็อกโกแลตครีมสดปั่น และรองด้วยไอติมโยเกิร์ตอีกชั้น มันดีมากกกกกกก ต้องลองจริงๆ

12710871_10153315999185913_1854739609598411013_o

ท่าเดินแต่ละคน ไม่ได้เก็กเลยยยย

เสร็จจากการเติมความหวานแต่เช้า เราก็ไปกันที่ฮานึลปาร์ค สวนดอกหญ้าในตำนาน ที่ฮิตทั้งชาวไทยและชาวเกาหลี รูปที่นี่จะมีเยอะนิดนึง ทำใจนะ 5555  ดีเจพุฒิ แพรี่พาย ทุกคนมากันหมด เราจะไม่มาได้ยังไง สู้ไม่สู้

 

IMG_6601

ฮานึลปาร์คไปไม่ยากครับ ไปลงที่ Haneul Park subway : World cup stadium ทางออก 1 ข้ามถนนมาฝั่งสวนสาธารณะที่อยู่บนเขา อยู่ในพื่นที่ของ World cup stadium หาทางขึ้นที่เป็นบันได 300 ขั้นให้เจอ ไม่ถึง300ขั้นไม่ได้ปีนเขาแปลว่าผิดที่

อ่อ แต่ๆๆ ลงจากรถไฟฟ้าปุ๊ป อย่าหมุนตัว ขอให้เดินตรง เพราะเราหลงมาแล้ว เอะอ่ะพุ่งขึ้นเขาเลย แสรดดดด เดินขึ้นเขากันผิดลูก เหนื่อยเชี้ยยยยยยยย 55555555  แต่ในความหลงทางนั้น มันทำให้เราเจอวิวใหม่ๆครับ สวยเหมือนกัน

สวนดอกหญ้าฮานึล ควรมาช่วงไหน? เห็นว่าช่วงซัมเมอร์มีแถวยาวเหมือนกันครับ เพราะอากาศดี ไม่หนาวหน้าชาขนาดนี้ และมีดอกหญ้าขึ้น เต้ไปเดือนมกรา ฟีลมันจะเป็นดอกหญ้าแห้ง สีโทนน้ำตาลทองทั้งสวนเลย สวยไปอีกแบบ และแม้เราจะไปตอนเที่ยง แต่ขอบอกว่าแสงสวยมาก แสงละมุน เพราะมันหนาวมากกกกกกก แล้วอยู่บนเขา มองไปเห็นแม่น้ำครับ ซึ่ง แม่น้ำยังเป็นน้ำแข็งเล๊ย อยากลงไปปล่อยพลังน้ำแข็ง Lets it go ….

IMG_6578

IMG_6518

 

หาทำเลดีๆถ่ายรูปกันครับ เปลี่ยนภาพโปรไฟล์กันได้ตลอดปี  โชคดีที่เรามาคนไม่เยอะมาก ถือว่าน้อยเลย

IMG_0002

IMG_7090

12364226_10153308213100913_495413153_o

เราอยู่ที่สวนฮานึลกันนานมาก เรียกว่าเพลินแบบไม่รู้ตัว ใครจะมา เต้แนะนำให้ทานอะไรมาให้เรียบร้อย เพราะไม่มีอะไรขายเลยยยยย หิวข้าวเที่ยงกันแบบเสียสติมาก

IMG_7113

คือใครที่เดินจนล้าแบบเรา เต้แนะนำว่าขาขึ้น ให้ขึ้นรถมาครับ คล้ายๆรถกอล์ฟ 2000วอน ราวๆ 60 บาท จอดอยู่บันไดทางขึ้นนั่นแหละ มีพลาสติกคลุมรถปกป้องเราจากลมตลอดคัน เพราะมันหนาว ส่วนขาลงก็เดินลงได้ชิวๆ ขาขึ้นเหนื่อยมากพูดเลย มีอาการขาสั่นเบาๆ  เด็กในรูปเดินขึ้นพร้อมกัน น้องเดินแซงพี่ไปแบบชิวๆ รู้สึกเจ็บ

IMG_7068

 

เสร็จจากฮานึลปาร์ค ก็นั่งรถไฟฟ้ากลับไปยังเมียงดง ที่ๆเราไปเวลาไม่รู้จะไปไหน เพื่อทานมื้อเที่ยงตอน 5 โมงเย็น

มื้อนี้กินร้าน Yoogane  ย่านเมียงดง  ของเด็ดคือไก่ผัดซอสพริกเกาหลี เราสั่งซีฟู๊ดมาครับ ราคาคิดเป็นหัวนะ คนละราวๆ 300 ผักฟรีเติมได้ตลอดเช่นเดิม โซจูเบียร์ประเทศนี้ขายทั้งวัน ซดโลดดดด

IMG_6535

พนักงานจะมาผัดให้ครับ เค้าจะรู้งาน ไม่ต้องพูดกันเยอะแยะ จิ้มๆรูปอย่างเดียว เต้สั่งเพิ่มข้าว เพิ่มชีส เพราะหิวกันมาก

IMG_6567
คลิปผัดข้าว พร้อมชีสยืดดด

อิ่มแบบกลิ้งได้แล้ว เราก็จะไปเดินเล่นกัน แป๊ปๆฟ้ามืดแล้ว วันนี้เราจะเดินชิวกัน เราจะไม่เข้าผับบาร์ครัช เพราะพรุ่งนี้บินกลับ เกรงว่าจะเพลินแล้วตกเครื่อง

IMG_6634

สตอเบอรี่ยังเป็นสิ่งที่กินทุกวัน วันนี้ลองแบบเคลือบช็อกโกแลต ไม้ละ 30 บาท ลูกใหญ่เท่าแอปเปิ้ล คือแนะนำให้กินสตอเบอรี่เฉยๆ ไม่ต้องเคลือบช็อกโกแลต เพราะอากาศหนาวขนาดนี้ ช็อกโกแลตแข็งมากกกกก กัดทีฟันแทบหลุด ซื้อมาเป็นพร๊อพถ่ายรูปพอ 55555

Processed with VSCOcam with hb1 preset
Processed with VSCOcam with hb1 preset

ของกินเยอะแบบว่าต้องเลือก ถ้ากินหมดอาจจะอ้วนตาย หรือกางเกงต้องมีการปลดตะขอ

IMG_6626

 

กินจนสาแก่ใจ มาถึงการช้อปปิ้งเครื่องสำอางส่งท้าย  ที่เต้เกริ่นไว้ตั้งแต่ตอนที่แล้วว่า เครื่องสำอางซื้อที่ไหนดี จากการที่เดินเมียงดงทุกวันนะครับ เขาแถมน้อยมาก น้อยกว่าเมื่อก่อนมากๆ นอกจากคุณจะมากับทัวร์ครับ บางร้านนี่ซื้อไปร่วมสามพัน นางไม่แถมเลย ฮะโหล งง แกๆๆ นี่เต้ไง แถมหน่อยสิ  5555

ใครไปกับแฟน แนะนำให้ผู้ชายไปจ่ายตัง จะได้ของแถมเยอะกว่าสตรีเพศ สบตาคนขายยิ้มให้หวานๆ  ด้ายยยยย

ด้วยความบังเอิน เดินผิด จึงเจอร้านเด็ด ร้านที่ควรเหมาเครื่องสำอาง จะไปรถไฟฟ้าใต้ดิน ปรากฎลงผิด ลงไปเป็นช้อปปิ้งมอลล์ในสถานีรถไฟใต้ดิน ร้านรวงขายของเต็มไปหมด พิกัดข้างๆเมียงดงเลยครับ ที่ๆไม่ใช่รถไฟฟ้า เดินลงไปเลยยย 5555 จะมีร้านเครื่องสำอางขายถูกกว่าบนดินอยู่เยอะมาก

จริงๆแล้วไม่จำเป็นต้องซื้อที่เมียงดงสตรีทเลยครับ อย่างแบรนด์ It’s skin เต้ก็พบว่าสาขาที่ถนน Garosugil ถูกกว่ามาก ลดแหลกแจกกระจาย  tony moly ที่ซื้อ1แถม1

เต้ซื้อเครื่องสำอางส่วนใหญ่ ที่ร้านนี้ครับ Beauty Credit อยู่ติดประตูช้อปปิ้งมอล์ใต้ดิน ตรงทางเข้าเลย คือมีทุกยี่ห้อ แล้วราคาถูกกว่าในชอป มาร์กนับร้อยแผ่นเต้ก็ซื้อที่นี่ ใครตามแฟนเพจจะเห็นว่าเต้ซื้อมาหลายแบบมาก มีมาร์กราคาตั้งแต่ 10 บาท ยัน 120 บาท ซื้อมาเกือบ 200 แผ่น ปีนึงมีแค่ 365 วัน คือต้องมาร์กทุกวันนะเธอถึงจะหมด

IMG_6728

มาร้านนี้ควรซื้ออะไร เต้แนะนำมาร์ก เพราะโปรแรงมาก ลด 15% – 50% หลายๆอย่างถูกกว่าในชอปของแบรนด์มากๆ เช่นมาร์กDermalที่บ้านเราขาย 45บาท เต้ซื้อมา 10บาท!!  แบรนด์ IOPE, Dr. MJ ที่หายากๆ ร้านนี้ก็มี แล้วอาจุมม่าเจ้าของร้านนี่แถมเยอะมากกกก เยอะแบบเต็มถุง ของแถมเป็น Sulwhasoo นะเธอ อาจุมม่าพูดไทยได้ดี เชียร์จนเราเสียสติ พูดไทยได้จนฟังไม่ทัน ถ้าหาอะไรไม่เจอหรือในชอปหมด ลองหาร้านอาจุมม่าดู

มาร์กLine ที่ชอปขาย 900 เต้ซื้ออาจุมม่าเหลือกล่องละ 700 เอง  ตัวฮิตจะเป็นสารสะกัดจาก หอยทาก ทองคำ พิษงู และล่าสุดที่เริ่มเห็นในเกาหลีเยอะคือรกหมู ช่วยเรื่อง ความชุ่มชื้น สิว ผิวใส และริ้วรอย

มาร์กแบรนด์เกาหลีที่แนะนำให้ซื้อ คือ แบรนด์ innisfree ดีมากๆ แล้วเค้าก็ไม่ลดราคานะ เชิ่ดไปอีก ที่เกาหลีราคาอยู่ที่ 1,000 – 2,200 วอน 30-70 บาท ซื้อไปเลยยย เหมาไปเลยยย แนะนำรุ่น Skin clinic มันเวิร์ค ผิวอิ่มน้ำฉ่ำๆสูขภาพดี ไม่อุดตัน สิวหายเร็วด้วย รุ่น squeeze mask มีหลายสูตรมาก แนะนำ ว่านหาง, ไผ่, แตงกวา ชอบว่ามันดูชุ่มชื้นกว่าตัวอื่นๆในไลน์นี้ ราคาถูกด้วยครับ

innisfree มีน่าใช้หลายตัวครับ เดี๋ยวเต้แยกบล็อกออกมาอีกที คือชอบส่วนตัว และเคยใช้หลายตัวมาก ล่าสุดไปงานเปิดตัวเค้ามา ได้ลองครบทั้งแบรนด์ รักไปแล้ว

IMG_6653

ช้อปปิ้งจนสาแก่ใจ ได้เวลากลับที่พัก คืนนี้เราจะเดินเล่นแถวที่พักกันครับ ฮงอิกในคืนวันเสาร์นี่เดินเพลินที่สุดแล้ว

IMG_9998

คืนวันเสาร์ฮงอิกจะมีความคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะสิ้นเดือน จะมีเหล่านักศึกษา ออกมาขายของ แสดงความสามารถ ร้องเพลง เต้นโคฟเวอร์ มีร้านปาเป้าต่างๆให้เล่น อ้อ แนะนำว่าให้ไปปาเป้า มันได้อรรถรสมาก จะมีหญิงสาวชาวเกาหลีมาคอยยืนลุ้นยืนเชียร์อยู่ข้างๆ ดีนะที่ปาแม่น ไม่อายเค้า 55555 ราคา 100 – 300 บาท ต้องปาได้ 6-10ดอก ถึงจะได้ตุ๊กตา ผู้ชายมักจะมายืนเก็กปาโชว์ ถ้าได้ก็ให้แฟนสาว กุ๊กกิ๊กกิงก่องแก้วได้อีก

คลิปอปป้าเต้นโคฟเวอร์     อปป้าแท้และไม่แท้ปะปนกันไป 5555

IMG_6684

เดินๆไปเฉียด NB2 เจอคลับนี้ ชื่อ Green Light คนต่อแถวรอเข้าเยอะมากกกกกกก รู้สึกว่าต้องมีอะไรในนั้น ไว้คราวหน้าจะมาเยือน มันต้องเลิศแน่ๆ

IMG_6693

แวะร้านกาแฟ จำชื่อร้านไม่ได้ ทางไป โคคูนผับ ชาเขียวคาราเมลอร่อยมากร้านนี้ ร้านกาแฟที่นี่น่านั่งทุกร้านเลย บรรยากาศดี และเป็นที่หลบอากาศหนาว

IMG_7150

เรายังเดินเล่นไปเรื่อยๆ และเพื่อให้เรารู้สึกว่ามาถึงเกาหลี จึงหาร้านเพื่อลองปลาหมึกดิ้น เกาหลีเรียก ซันนักจิ นางดิ้นเบาๆ แต่ดูดจานแรงมาก รสชาติจืดๆ รู้สึกว่าไม่ต้องลองก็ได้ เฉยๆ เอาไปผัดเผ็ดเถอะ อ้อ ปลาหมึกผัดเผ็ด ควรสั่ง เกาหลีเรียก”นักชีบกกึม” พีคคคค ดีงาม

คลิปกินปลาหมึกดิ้น

IMG_6677

 

ต่อด้วยอีกร้าน เป็นร้านสารพัดจะชุบแป้งทอด ข้างๆร้านบุฟเฟ่ต์ปลาแซลม่อนในตอนที่แล้ว พนักร้านคือดี ดีแบบนั่งดูหน้าสัก3ชั่วโมงเหอะ

IMG_7147

พึ่งเคยลองชิมไวน์ข้าวครั้งแรก คือมโนรสชาติไม่ออก ปรากฎอร่อยมาก มีขวดสองขวดสามตามมา มันเมาแบบนิ่มๆ รสชาติทานง่าย ติดใจจนกลับไทยมาก็ซื้อกินต่อ

จบวันนี้ไปแบบเมาของทอด ไม่ปาร์ตี้ไม่เข้าผับ พรุ่งนี้เช้าเตรียมกลับนะค้าบ

……………………………………………………

 

Day 4 วันนี้ตื่นเช้า เก็บกระเป๋า และๆๆ ไปใช้เงินให้หมด มีเวลาน้อยมากๆ

เริ่มจากกลับไปร้านเครื่องสำอางอาจุมม่า ละลายเงินเหรียญและเงินในบัตร T-money ที่ร้านสะดวกซื้อ

ใครมาเกาหลี อย่าคิดจะซื้อของวันอาทิตย์นะครับ คือถนนร้างมาก เหมือนไม่มีใครอยู่ ของกินไม่ขาย เดินกันอยู่3คนทั้งถนน ร้านข้าวร้านขายของปิดเรียบ คือมันเป็นวันพักผ่อนเค้าครับ

12669381_10153308203460913_894208729_o

โล่งมาก งั้นถ่ายรูปก่อน

IMG_6754

เช้าวันอาทิตย์ ร้านอาหารปิดรัวๆ ร้านลุงข้างทางคือมาช่วยชีวิตเราไว้ อร่อยทุกร้านสำหรับคนกินง่ายแบบเต้ เต้ชอบไส้กรอกเลือด และโอเด้ง น้ำซุปอร่อย ซดได้ไม่อั้น

IMG_7151

 

และสุดท้าย เงินที่เราเก็บไว้เพื่อซื้อรองเท้า ยี่ห้อ Floder ไม่มีในไทย แนะนำนะครับ ทรงสวย ใส่สบาย (รุ่นหนังแอบแข็งไปนิด) ราคาไม่ได้ถูก 2,300 – 3,000 บาท ซื้อเพราะมันไม่มีใครซ้ำ  เต้ซื้อสีมัสตาด พี่พงษ์ซื้อสีขาว Floder มีที่ฮงอิก ที่เมียงดง สาขาอื่นไม่แน่ใจ ร้านจะอยู่รวมกับรองเท้าผัาใบหลายๆแบรนด์ครับ

 

ครบ โอเค กลับบ้าน ขอข้ามเรื่องการนั่งรถไฟฟ้าไปสนามบินต่างๆ คือมันเดิมๆไม่ได้สนุกอะไร แต่ tax refund ที่เกาหลีง่ายขึ้นเยอะ ใครซื้อของก็ขอไว้นะครับ ได้เงินคืนหลายอยู่ ที่สนามบินจะมีจุดขอชัดเจน รวดเร็ว บริการดีมาก

ใครกลัวน้ำหนักกระเป๋าเกิน แนะนำให้ซื้อที่ชั่งกระเป๋าแบบพกพาไปจากไทย เต้ซื้อที่เว็บ ituremart  ร้อยกว่าบาทเอง ชั่งได้เป๊ะมาก มีหน่วยน้ำหนักหลายแบบ

IMG_6062

จะจบละ มาถึงของที่เต้แนะนำให้ซื้อนะครับ  นี่คือของที่ช้อปปิ้งมาทั้งหมด

IMG_6781

ควรช้อปปิ้งอะไรดี?  (กล่องซ้ายมือคือของแถมจากร้านอาจุมม่าชั้นใต้ดิน ครึ่งกล่องอ่ะคิดดู)

เครื่องสำอาง และ ถุงเท้า เป็น 2 สิ่ง ที่ made in Korea แน่นอน ถุงเท้าเค้าถูกมาก และใส่ดีมาก ควรสอย

ตะเกียบสเตนเลส แร่ที่เกาหลีมีมากมาย จึงราคาถูก ตะเกียบสะเตนเลส ถ้วยสเตนเลสใส่ข้าวแบบในซีรี่ย์ 30-80 เท่านั้น

เครื่องสำอางส่วนตัวปกติติดพวกเคาว์เตอร์แบรนด์ในห้าง หลังๆรู้สึกว่าเกาหลีเค้าพัฒนาได้ดีขึ้นมาก เพราะการแข่งขันสูง และราคาก็ถือว่าโอเค จึงชอบ รองพื้นแป้งไม่ค่อยรับฝากซื้อ เพราะด้วยสี คนเกาหลีคือมีแค่ขาวกับขาวมาก มีแค่บางแบรนด์เท่านั้นที่รองพื้นจะมีถึง5เฉดขึ้นไป เช่น Espoir, Hera, Sulwhasoo ซึ่งราคาก็ไม่เบานะ

สกินแคร์ที่แนะนำ

  • Missha time revolution the first treatment essence เป็นเอสเซ้นน้ำตบบำรุงผิว สกัดจากยีส ที่เค้าทำได้ดี แอบเก็บข้อมูลมาจากพันทิปว่าได้ผลดี และดีจริง ผิวใสขึ้น ราคาประมาณพันนิดๆ ใช้ได้สามสี่เดือน
  • มาร์กแผ่นจาก Innisfree ดีทุกตัวไม่ได้โม้ แนะนำรุ่น Skin clinic ยกโหลมาเลย
  • เซรั่ม สกัดจากพิษงู ของ It’s skin ประมาณ 400บาท ผิวแน่นกระชับ รูขุมขนดูกระชับขึ้น
  • innisfree green tea seed serum ใครได้ดูคลิปในเพจเต้ จะรู้ว่าเต้อวยมาก เกาหลีเค้าเรียกเซรั่ม3วิ  3วินาทีซึมเลย คือผิวเราชุ่มชื้นดีขึ้นมาก ในราคาหกร้อย เชื่อแล้วว่าทำไมขายดีติดอันดับ 1 ผิวมันชุ่มชื้นแบบไม่มันเยิ้ม ตกเย็นล้างหน้าผิวนี่ยังมีความนิ่มอยู่

มีอีกหลายตัวที่สอยมาตามคนอื่นรีวิว แต่ยังไม่ลอง คือในภาพเยอะมาก ไว้ลองแล้วตัวไหนดีจะมาแนะนำอีกทีนะครับ สกินแคร์เกาหลี เราควรสอยนะ จ่ายไปห้าพันนี่ใช้ได้ถึงปีหน้าเลย คุ้มค่าการลงทุม

 

ทริกเล็กน้อย สำหรับการสั่งอาหาร แนะนำให้เซิร์ชชื่ออาหารไป ปริ้นเป็นใบไปเลย เอาแบบทุกเมนูในเกาหลี(มีไม่เยอะเท่าอาหารไทยหรอก) ไปถึงร้านก็จิ้มที่ชื่อเลย  เช่น 낙지볶음 (นักชีบกกึม) ปลาหมึกผัด / 김치찌게 (คิมชี ชีเก) แกงกิมจิ  แล้วชีวิตเราจะง่ายขึ้นมากๆเวลาไปร้านอาหาร

 

พวกเรา 3 โอปป้า นี่ก็พยายามจะเป็น backpacker อยู่แบบพอเพียง  แต่…ไม่รอด  55555+ สรุปว่า backpacker นั้นไม่ใช่ทางของเรา

สรุปราคานะครับ ขอสรุปรวมๆ ว่าทริปนี้ เฉลี่ยอยู่ที่คนละ 19,000 บาท

  • ตั๋วเครื่องบิน + น้ำหนักกระเป๋าไปกลับเที่ยวละ 20 กิโล + ที่พัก 3 คืน = 10,000 บาท
  • ค่าอาหารทุกมื้อ + ค่าเข้าผับค่าเหล้าแบบเต็มที่ + ค่ารถไฟฟ้าค่าเดินทางตลอดทริป รวมหมดทุกสิ่ง = 9,000+

อากาศที่เต้ไป อยู่ที่ 4 ถึง -6 หลายคนกลัวแข็งตาย บอกเลยว่าอยู่ได้ นี่กลัวถ่ายรูปแล้วอ้วน ยืนยันว่าจะไม่ใส่เสื้อขนเป็ดเสื้อมิชชะลินใดๆ ก็อยู่ได้ ทริกของเราคือ ใส่ฮีตเทค Uniqlo แบบธรรมดาแขนสั้น 1ชั้น + ฮีตเทคแขนยาว Extra warm 1 ชั้น + เสื้อคอเต่า + เสื้อโค้ท เอาอยู่  ใครที่ร่างกายบอบบาง แนะนำให้เพิ่มหมวกไหมพรม(กันหูชา) และ ถุงมือ(กันมือชา) ผ้าพันคอ  ส่วนเรา3โอปป้านี่ ทุกคนออกกำลังกายเป็นกิจวัตร เดินกันสตรองมาก

ใครนึกภาพไม่ออกว่าหนาวขนาดไหน ให้มโนว่าเรานอนในช่องฟรีซตู้เย็น

 

โอเค จบแบบจบจริงๆ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะครับ รักมาก ไว้ครั้งหน้าเต้จะไปที่ไหน หรือใครอยากรู้เรื่องอะไร แนะนำมาได้นะครับ ถ้าชอบช่วยแชร์หน่อย เหมือนขอกำลังใจ 555  เลิฟยู ❤

ใครยังไม่ได้อ่านตอนแรก คลิกที่นี่เลย